ธปท.กล่อม "สรท." อยู่หมัด ภาคเอกชนขอบาทนิ่งๆ-ไปตามภูมิภาค

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ธปท.กล่อม "สรท." อยู่หมัด ภาคเอกชนขอบาทนิ่งๆ-ไปตามภูมิภาค

Date Time: 5 มี.ค. 2562 08:05 น.

Summary

ธปท.–สรท.ร่วมหารือ “ค่าบาทแข็ง” โดย ธปท.ระบุที่ผ่านมาได้เข้าดูแลค่าบาทเพื่อช่วยเอกชน ปรับตัว แต่ความผันผวนของตลาดโลก เป็นปรากฏการณ์ที่ ยากจะต้านทานได้

Latest

รัฐบาลใหม่ต้องนำประเทศไทยโตยั่งยืน หอการค้าเปิดมุมมองภาคเอกชนก่อนเลือกตั้ง



ธปท.–สรท.ร่วมหารือ “ค่าบาทแข็ง” โดย ธปท.ระบุที่ผ่านมาได้เข้าดูแลค่าบาทเพื่อช่วยเอกชน ปรับตัว แต่ความผันผวนของตลาดโลก เป็นปรากฏการณ์ที่ ยากจะต้านทานได้ ขอให้เอกชนป้องกันความเสี่ยง ขณะที่ สรท.เข้าใจ ธปท.ต้องดูแลเศรษฐกิจโดยรวม แต่ขอให้เงินบาทนิ่งๆเป็นไปตามภูมิภาคก็พอใจ แต่ถ้าอ่อนกว่าคนอื่นๆ ได้จะช่วยส่งออกดีขึ้น ขอให้ ธปท.โค้ดเงินสกุลท้องถิ่นตรงใน 10 ประเทศอาเซียน ยังคงเป้าส่งออกปีนี้ที่ 5%

น.ส.วชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า วานนี้ (4 มี.ค.) สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และ ธปท.ได้หารือร่วมกันถึงทิศทางการค้าโลก การส่งออกของไทยและค่าเงินบาท โดยเห็นร่วมกันว่าบรรยากาศการค้าโลก ในปีนี้โดยรวมเศรษฐกิจโลกจะท้าทายมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการส่งออกไทย ที่ชะลอลงมาจากการชะลอตัว ของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า รวมทั้งความกังวลต่อสงครามการค้า โดย สรท.และ ธปท.เห็นร่วมกันว่า ไม่มีใครกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่โจทย์คือ การช่วยผู้ประกอบการปรับตัวและรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นเรื่องที่จะอยู่กับเราไปอีกนาน

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาผลกระทบ ของค่าเงินต่อการส่งออกมีไม่มาก และความสัมพันธ์ของสองเรื่องนี้ไม่ชัดเจน เห็นได้จากการส่งออกของประเทศเพื่อนบ้าน ที่ชะลอลงแม้ค่าเงินไม่ได้แข็งค่าเท่าเงินบาทก็ตาม โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ถึงปัจจุบันปรับแข็งค่าขึ้น 2.3% เป็นผลจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ และการเกินดุลบัญชี เดินสะพัดเป็นสำคัญ แต่โดยรวมการแข็งค่าและความผันผวนของเงินบาท อยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น

“ในบางช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเร็ว ในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ธปท.ได้เข้าดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เวลากับเอกชนในการปรับตัว แต่ค่าเงินบาท ยังมีแนวโน้มผันผวนเคลื่อนไหวได้ 2 ทาง ตามความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก ภาคเอกชนควรพิจารณา ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน อย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากการเลือกกำหนดราคาสินค้า ในรูปเงินบาทหรือเงินสกุลคู่ค้าแทนการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ฝากเงินไว้ในรูปเงินตราต่างประเทศ (FCD) เพื่อลดผลกระทบจากค่าเงินผันผวน และเลือกใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอื่นๆ”

น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า การหารือครั้งนี้เป็นการหารือกับ ธปท. ซึ่งตามปกติหารือกันทุก 6 เดือน โดยเป็นการหารือ ทั้งการส่งออก และค่าเงินบาท โดย 2-3 วันที่ผ่านมานี้ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เอกชนก็ดีใจ หลังจากที่แข็งค่าเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคมาตลอด ซึ่งปัจจัยส่วนใหญ่มาจากผลกระทบ จากปัจจัยต่างประเทศที่มีผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเอกชนมีความเข้าใจว่าเป็นปัจจัยที่ควบคุมยาก

“ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาก แล้วปรับตัวอ่อนค่าลงมา 50 สตางค์ (สต.) ในเวลาไม่ถึงเดือนนี้ถือว่าค่อนข้างเร็ว โดยเอกชนบอก ธปท.ไปว่า ต้องการให้ค่าเงินนิ่งๆ ซึ่ง ธปท.ก็ดูแล แต่เราก็ต้องเข้าใจว่าค่าเงินบาท และ ธปท.ต้องดูแลเศรษฐกิจในภาคส่วน ทั้งผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ธนาคารพาณิชย์ แต่ค่าเงินบาทควรสอดคล้องกับภูมิภาคและถ้าอ่อนค่าได้กว่าคนอื่นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เราส่งออกได้มากขึ้น โดยขณะนี้ สรท.ยังประเมินการขยายตัวของการส่งออกปีนี้ที่ 5% แต่จะปรับประมาณการอีกครั้งหลังไตรมาส 1 จบไปแล้ว โดยประเมินว่าไตรมาสแรกแค่ขยายตัวที่ 0% ถือว่าดีแล้ว ลุ้นไม่ให้ติดลบเพราะฐานปีที่แล้วสูงและยังมีผลกระทบจากสงครามการค้าอยู่”

สำหรับเอกชนส่วนที่ควรทำ คือ การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินอยู่ตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันภาครัฐมีโครงการป้องกันความเสี่ยงระยะที่ 2 เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทดลองซื้อประกันความเสี่ยงโดยได้ขยายวงเงินค่าธรรมเนียมที่ภาครัฐสนับสนุน จาก 30,000 บาทเป็น 50,000 บาทต่อราย รวมทั้งโค้ดราคาซื้อขายเป็นเงินสกุลท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนได้มาก โดยขอให้ ธปท.หารือเพื่อโค้ดราคาค่าเงินตรงกับอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เพราะสัดส่วนการค้าระหว่างอาเซียนสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ที่ 25% ของการส่งออกรวม.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ