เชื่อมอุทยานวิทย์ภาคเหนือกับอีอีซีไอ คาด 3 ปี เม็ดเงิน 3,575 ล้าน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เชื่อมอุทยานวิทย์ภาคเหนือกับอีอีซีไอ คาด 3 ปี เม็ดเงิน 3,575 ล้าน

Date Time: 17 ม.ค. 2562 19:02 น.

Video

บุกโรงงานขนม “นมแท่ง”  ไพบูลย์​ โปรดักส์  ธุรกิจที่เริ่มด้วยเงินทุน 8 หมื่นบาท I On The Rise EP.24

Summary

ก.วิทย์ เชื่อมอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ กับอีอีซีไอ พัฒนาอุตฯ เครื่องสำอาง เศรษฐกิจฐานชีวภาพ เมืองนวัตกรรมอาหาร และศูนย์กลางการแพทย์ คาดยกระดับสตาร์ทอัพ-เอสเอ็มอี เพิ่มจ้างงานนักวิจัย

Latest


ก.วิทย์ เชื่อมอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ กับอีอีซีไอ พัฒนาอุตฯ เครื่องสำอาง เศรษฐกิจฐานชีวภาพ เมืองนวัตกรรมอาหาร และศูนย์กลางการแพทย์ คาดยกระดับสตาร์ทอัพ-เอสเอ็มอี เพิ่มจ้างงานนักวิจัย สร้างเม็ดเงิน 3,575 ล้านบาท ใน 3 ปี

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เตรียมการยกระดับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ สร้างผู้ประกอบการธุรกิจ นวัตกรรมสตาร์ทอัพ และเอสเอ็มอี ที่มีความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับฐานการผลิตด้านเกษตรสร้างสรรค์สู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง, เศรษฐกิจฐานชีวภาพ, เมืองนวัตกรรมอาหาร และศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ โดยการเชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซีไอ)

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการโครงการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีไอ พื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ ตั้งอยู่ในวังจันทร์วัลเลย์ ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยจะเป็นแหล่งวิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้ไปตอบโจทย์ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งในพื้นที่อีอีซีไอ และทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมา ได้มีการร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการดำเนินงานการเชื่อมโยงการวิจัยและพัฒนาและการลงทุนนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะแม่ข่ายของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ในการร่วมกับมหาวิทยาลัยในภาคเหนือนำองค์ความรู้ และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและภาคอุตสาหกรรม ทำให้เกิดสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีเป็นฐานการผลิตหรือทำธุรกิจ และเอสเอ็มอี ที่มีความสามารถในการแข่งขันและมีศักยภาพในพื้นที่

นอกจากนี้ ปัจจุบันอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ เปิดใช้เป็นระยะเวลา 7 เดือน ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี และหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยมีการเข้ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ไปแล้วมากกว่าร้อยละ 86 ซึ่งคาดว่าจะใช้ประโยชน์เต็มพื้นที่ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 นำไปสู่การเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมและเพิ่มรายได้ต่อหัวประชากรในภาคเหนือ โดยใช้นวัตกรรม และดึงดูดนักลงทุนฐานนวัตกรรมเข้าสู่ประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาพื้นที่ภูมิภาคด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) คาดว่าจะเกิดสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยี และเอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม อย่างน้อย 155 บริษัท เกิดจ้างงานนักวิจัยในภาคเอกชนมากกว่า 545 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 3,575 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ทำให้ภาคเหนือเป็นกลไกสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม เป้าหมายของประเทศไทย.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ