
สำหรับคนที่จองสิทธิ์โครงการบ้านล้านหลังเอาไว้แล้ว แต่ยังคงลุ้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่า ตัวเองจะผ่านหลักเกณฑ์หรือไม่นั้น ทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ ขอไล่เรียงคู่มือ “บ้านล้านหลัง” เอาไว้ให้อุ่นใจ ใครมีโอกาสที่จะกู้ผ่านบ้าง ลองเช็กดู!
ผู้สมัครสินเชื่อต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยสามารถเลือกระยะเวลาผ่อนชำระได้สูงสุด 40 ปี ทั้งนี้เมื่อนำอายุของผู้สมัครรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระหนี้แล้ว จะต้องไม่เกิน 70 ปี...แล้วคุณจะมีโอกาสกู้ผ่าน
หากผู้กู้ชำระหนี้ล่าช้าเป็นประจำ ข้อมูลด่างพร้อย จุดนี้จะถูกรวบรวมไว้ในเครดิตบูโร ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรับผิดชอบในการชำระหนี้ของผู้สมัคร ดังนั้นหากคุณชำระหนี้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ...คุณมีโอกาสที่จะกู้ผ่าน
หากผู้กู้ “ติดแบล็กลิสต์บูโร” จะทำให้การยื่นสมัครสินเชื่อถูกปฏิเสธจากธนาคาร เพราะธนาคารเห็นประวัติด่างพร้อยของคุณ ดังนั้น ผู้กู้ควรรีบปิดบัญชีที่เคยติดแบล็กลิสต์ ก่อนไปทำการสมัครสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลัง...แล้วคุณจะมีโอกาสกู้ผ่าน
เดิมที เงินงวดที่ผ่อนชำระค่าบ้านต่อเดือน จะต้องไม่เกิน 1 ใน 3 ของรายได้สุทธิ แต่โครงการบ้านล้านหลัง กำหนดไว้ที่ 1 ใน 2 ของรายได้สุทธิ เพราะฉะนั้นคุณจะกู้ได้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่อน
แม้ว่าคุณจะมีรายได้มาก แต่ถ้าภาระหนี้ของคุณก็มีมาก เช่น (ไม่ว่าจะเป็นผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต ผ่อนสินค้า) หนี้สินเหล่านี้จะทำให้คุณได้วงเงินกู้น้อย เพราะปัจจัยเหล่านี้ถูกนำมาคำนวณเป็นภาระหนี้สินทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนกู้ไม่ผ่าน
ธนาคารจะรู้จากเครดิตบูโรว่า ในช่วง 6 เดือนล่าสุด ผู้กู้ได้ทำการยื่นขอสมัครสินเชื่อไปมากน้อยแค่ไหน หากคุณยื่นขอสมัครเป็นจำนวนมาก ทางธนาคารก็จะระมัดระวังในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เพราะถือว่าคุณเป็นผู้กู้ที่มีความเสี่ยงสูง หากคุณไม่ได้มีท่าทีร้อนเงิน ตระเวนกู้สินเชื่อมากมาย ภายใน 6 เดือน...คุณมีโอกาสกู้ผ่าน
กรณีผู้กู้ไม่มีหลักฐานทางการเงิน เนื่องจากประกอบอาชีพอิสระ หาบเร่ แผงลอย มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 25,000 บาทนั้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมที่จะผ่อนปรนให้ หากคุณมีเอกสารหลักฐานรายได้และรายจ่ายค่าเช่าบ้าน หรือการผ่อนชำระเงินดาวน์ไม่น้อยกว่า 12 เดือนมาประกอบการยื่นกู้...คุณมีโอกาสกู้ผ่าน
หากหลักฐานที่มาของรายได้ของคุณไม่เพียงพอ ไม่ชัดเจน คุณสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ธอส.โรงเรียนการเงินทำการออมเงินอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 9 เดือน...แล้วคุณจะมีโอกาสกู้ผ่าน
ล่าสุด ยอดจองสิทธิ์สินเชื่อทั่วประเทศรวมกันอยู่ที่ราว 130,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ภาคที่มียอดจองสูงที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มียอดจอง 29,000 ล้านบาท, ภาคใต้ 27,000 ล้านบาท, ภาคกลาง 19,000 ล้านบาท, กรุงเทพฯ และปริมณฑล มียอดจอง 18,000 ล้านบาท, ภาคตะวันออก 16,000 ล้านบาท, ภาคเหนือ ยอดจอง 13,000 ล้านบาท และภาคตะวันตก ยอดจอง 5,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะเริ่มแจ้งผู้ที่ผ่านหลักเกณฑ์การกู้ผ่านทาง SMS ตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้กับธนาคาร หรือเข้าไปตวจสอบสิทธิ์และวันที่กำหนดให้ยื่นกู้ได้ที่ http://www.ghbank.co.th ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป โดยธนาคารจะเปิดให้ผู้ที่จองสิทธิ์ 30,000 รายแรก ยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 62 โดยจะต้องติดต่อยื่นคำขอกู้กับธนาคารภายใน 90 วัน ที่สำคัญให้นำ SMS ที่ได้รับจากธนาคาร ซึ่งระบุรหัสในการจอง ไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นเอกสารคำขอกู้ตามวันที่ธนาคารกำหนดด้วย
“หลักเกณฑ์ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงยังคงเป็นหลักเกณฑ์เดิม เพียงแต่เราปรับเปลี่ยนแทนจะพิจารณาจากสลิปเงินเดือน หรือ Statement เพียงอย่างเดียว ก็เปลี่ยนมาดูสมุดบัญชีเงินฝากหรือเอกสารในการจ่ายค่าเช่าบ้าน หรือการผ่อนชำระค่าสินค้า เพื่อนำมาคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ว่าสามารถผ่อนส่งได้หรือไม่” นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. กล่าว.