
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบโครงการขนาดใหญ่ 2 โครงการ รวมวงเงิน 12,675 ล้านบาท ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ได้แก่ โครงการอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากร กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และบรรเทาน้ำหลากในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง วงเงิน 9,800 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการปี 2563-2569 โดยนายกรัฐมนตรีสั่งให้เร่งดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 ประกอบด้วย อุโมงค์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5.70 เมตร 1 แห่ง ความยาว 13.5 กิโลเมตร (กม.) อาคารรับน้ำ 4 แห่ง และสถานีสูบน้ำและอาคารระบายน้ำขนาด 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำเขตดอนเมือง หลักสี่ สายไหม และบางเขน ครอบคลุมพื้นที่ 109 ตารางกิโลเมตรตร.กม.
ส่วนอีกโครงการคือ โครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน จ.สุโขทัย เพื่อบรรเทาอุทกภัยและเป็นแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุน พร้อมทั้งส่งน้ำอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ วงเงิน 2,875 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ ปี 2563-2567 แต่ที่ประชุม กนช.มีมติให้เร่งดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 และให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 ซึ่งโครงการนี้เป็นการปรับปรุงการระบายน้ำคลองหกบาทจากเดิม 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มอีก 1 เท่าตัว เป็น 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และการปรับปรุงคลองยม-น่าน ระบายน้ำได้ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมด้วยการก่อสร้าง และปรับปรุงอาคารประกอบตามแนวคลองส่งน้ำความยาวรวม 42 กิโลเมตร เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะบรรเทาปัญหาอุทกภัยในตัวเมืองสุโขทัยในฤดูฝน ตลอดจนเก็บกักน้ำในคลองไว้ใช้ประโยชน์บริเวณ 2 ฝั่งคลองตลอดสาย ในระหว่างฝนทิ้งช่วงฤดูแล้ง ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ 7,300 ไร่ โดยทั้ง 2 โครงการ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
“ในที่ประชุม กนช.นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งโครงการอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองเปรมประชากร เพื่อให้ทันในปีงบประมาณ 2562 ให้ได้ เพื่อจะได้สอดคล้องกับโครงการฟื้นฟูคลองเปรมประชากร ซึ่งที่ประชุมปรับแผนให้ดำเนินการให้เร็วขึ้น จากเดิมที่จะใช้เวลาก่อสร้าง 7 ปี เริ่มก่อสร้างปี 2563 ก็จะก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป”.