
“นที” ให้คำมั่นปี 63 ทีวีดิจิทัล ไม่ต้องจ่ายค่าประมูล 2 งวดสุดท้าย ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าโครงข่าย ไม่ต้องจ่ายค่ามัสต์แครีตลอดใบอนุญาตวงเงิน 47,000 ล้านบาท เพื่อหวังปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี 5 จี
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยหลังการประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล 20 ช่อง ผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX) ผู้ประกอบการโทรคมนาคมว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ด้วยการสนับสนุนค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัล, ค่าใช้จ่ายตามประกาศ กสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือมัสต์แครี ตลอดอายุใบอนุญาต หรือสิ้นสุดปี 2572 และค่าประมูลทีวีดิจิทัลที่เหลือ 2 งวดสุดท้าย คาดว่าจะเริ่มสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะสิ้นสุดการช่วยเหลือในปี 2562
สำหรับเงินที่จะนำมาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลนั้น เป็นเงินที่ได้รับจากการประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่ง กสทช.จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และกติกาการเรียกคืนคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ คาดว่าเดือน ก.พ.-มี.ค.2562 จะมีความชัดเจน เพื่อนำเสนอให้บอร์ด กสทช.พิจารณาอนุมัติ และนำไปสู่การเปิดประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ได้ในไตรมาส 2-3 ของปี 2562 ส่วนหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ นั้น คาดว่ากลางปี 2562 ก็จะมีความชัดเจนเช่นกัน ซึ่งก็ต้องกำหนดราคาเริ่มต้น ระยะเวลาการชำระเงินที่สมเหตุสมผลด้วย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการโทรคมนาคมด้วย ถือเป็นการช่วยเหลือทั้งอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลและอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
“เงินที่จะนำมาสนับสนุนช่วยเหลือทีวีดิจิทัล เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2556 (พ.ร.บ.กสทช.) 2 ที่ระบุไว้ตั้งแต่เริ่มต้นว่า เงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล 50,080 ล้านบาทนั้น นำส่งเข้ากองทุนพัฒนาและวิจัยกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) แล้วเงินช่วยนี้จะต้องนำมาพัฒนากิจการโทรทัศน์ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ แต่เมื่อ กสทช.ได้นำเงินส่วนนี้ส่งเป็นรายได้แผ่นดินไป กสทช.ก็ต้องหาวิธีการและเงินที่มาจากทรัพย์สินที่มีอยู่ของทีวีดิจิทัล คือคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ มาประมูล เมื่อได้เงินมา ก็ต้องนำมาสนับสนุนคืนให้กับทีวีดิจิทัล ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว”
พ.อ.นที กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล อุตสาหกรรมโทคมนาคม ต่างได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมาร่วมกันพิจารณาปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมร่วมกันให้อุตสาหกรรมอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค 5 จี รวมถึงรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดอย่างยั่งยืน
ด้านนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ถือหุ้นในสถานีโทรทัศน์ช่องวัน และช่องจีเอ็มเอ็ม 25 กล่าวว่า หวังว่ามาตรการของ กสทช.จะสำเร็จ เพราะคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ เป็นทรัพย์สินของทีวีดิจิทัล เมื่อคืนให้ กสทช.นำไปประมูล เงินที่ได้ก็ต้องมาชดเชยให้ทีวีดิจิทัลด้วย
นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อสมท เป็นทั้งผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิทัล และผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลช่อง 30 เห็นด้วยกับมาตรการ กสทช.แต่ต้องรอดูรายละเอียดของแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนก่อน หากสามารถดำเนินการได้จริง เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลอยู่รอดได้ เพราะไม่ต้องจ่ายค่าประมูลที่เหลือ 2 งวด ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าโครงข่าย และไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายตามมัสต์แครี ก็จะทำให้ต้นทุนลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวงเงินค่าประมูลที่เหลือ 2 งวดสุดท้าย วงเงิน 15,000 ล้านบาท ค่าเช่าโครงข่ายทีวีดิจิทัลปีละ 2,500 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายมัสต์แครีปีละ 700 ล้านบาท หาก กสทช.จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวตั้งแต่ปี 2563 จนสิ้นสุดใบอนุญาต 2572 หรือเป็นระยะเวลา 9-10 ปี คิดเป็นเงิน 43,000-47,000 ล้านบาท.