
หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 3.5–3.75% เป็น 3.75–4.0% หรือประมาณ 0.25% เพื่อกดเงินเฟ้อที่ระดับ 3.4% ลง หลายคนคงมีคำถามในใจว่าแล้วแบงก์ชาติของไทยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหมือนสหรัฐฯหรือไม่
หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 3.5–3.75% เป็น 3.75–4.0% หรือประมาณ 0.25% เพื่อกดเงินเฟ้อที่ระดับ 3.4% ลง
หลายคนคงมีคำถามในใจว่าแล้วแบงก์ชาติของไทยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหมือนสหรัฐฯหรือไม่
คำตอบที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ คุณวิทัย รัตนากร เคยให้ไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงหลายๆครั้งที่เขาพูดถึงอัตราดอกเบี้ย ก็คืออัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในกรอบ 1–3%
และเงินเฟ้อที่พูดถึงนี้มาจากการเปลี่ยนไปมาของ Supply Chain ซึ่งขึ้นลงตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน
ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญของประเทศไม่ได้อยู่ที่เสถียรภาพของระบบการเงิน แต่อยู่ที่ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องหลังวิกฤติปี 40
“เราเคยเติบโตปีละ 7% ลดลงเหลือ 5.3% หลังโควิด ศักยภาพเศรษฐกิจเติบโตเหลือแค่ 3.7% ในขณะที่ช่วงหลังๆมานี้ เราเติบโตเพียง 2.4% ส่วนปีนี้คาดว่าจะเติบโตราว 2.3%”
ถ้าไม่เร่งแก้ไขปัญหาเสียตั้งแต่วันนี้ ผลกระทบจะยิ่งรุนแรงขึ้น แบงก์ชาติจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงดูแลเสถียรภาพเท่านั้น แต่ยังต้องเข้ามาช่วยประคับประคองเศรษฐกิจด้วย
การใช้มาตรการทางการเงินเข้ามาสนับสนุนนโยบายการคลังน่าจะช่วยดูแลปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจได้
ทีนี้ลักษณะสำคัญของนโยบายการเงินคือ เมื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว ผลจะกระจายไปทั่วทั้งประเทศ ทุกคนที่มีภาระเงินกู้มีโอกาสได้รับประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แต่มีข้อจำกัดคือ เราไม่สามารถกำหนดเป้าหมายเฉพาะเจาะจงได้ เช่น ช่วยเฉพาะ SMEs เฉพาะประชาชนบางกลุ่ม หรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง
ความเห็นของคุณวิทัย จึงเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับประธานเฟด นายเควิน วอร์ช สำคัญคือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยกับสหรัฐฯไม่เหมือนกัน
ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติอยู่ที่ 1% ซึ่งถือว่าต่ำมาก แต่เป็นระดับที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับการช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ ถามว่าลดได้อีกไหม คำตอบคือยังลดได้อีก 0.5% และยังมีเครื่องมืออื่นๆเพียงพอที่จะรับมือได้ หากอนาคต หรือปีหน้า เกิดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจหนักๆ
วันนี้เอาเรื่องดอกเบี้ยนโยบายไปก่อน วันหน้าจะมาเล่าให้ฟังถึงความคิดของ
ผู้ว่าการวิทัย เรื่องการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเต็มศักยภาพได้ด้วยเหตุใด และจะเพิ่มจีดีพีได้อีกสักเท่าไหร่.
มิสไฟน์
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม