แคทลุ้นอีสปอร์ต เข้าเอเชียนเกมส์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

แคทลุ้นอีสปอร์ต เข้าเอเชียนเกมส์

Date Time: 24 พ.ย. 2561 05:01 น.

Summary

โลกกำลังเข้าสู่ยุค Hyper connected คือโลกแห่งการเชื่อมต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกถึงกัน มีการคาดการณ์ว่าอีก 6 ปีข้างหน้า หรือในปี 2024 (พ.ศ.2567) จำนวนของอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Device)

Latest

รัฐบาลใหม่ต้องนำประเทศไทยโตยั่งยืน หอการค้าเปิดมุมมองภาคเอกชนก่อนเลือกตั้ง

โลกกำลังเข้าสู่ยุค Hyper connected คือโลกแห่งการเชื่อมต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกถึงกัน มีการคาดการณ์ว่าอีก 6 ปีข้างหน้า หรือในปี 2024 (พ.ศ.2567) จำนวนของอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Device) จะสูงถึง 4 หมื่นล้านเครื่อง สร้างเม็ดเงินในธุรกิจนี้ 4.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในขณะที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โลกตะวันตกและตะวันออก ทั้งอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย แม้กระทั่งอิสราเอล ต่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ

พันเอก ดร.สรรพชัย หุวะนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม เปิดเผยภายในงาน CAT Network Showcase 2018 ว่า ยิ่งเราก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีมากขึ้น ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม (Network Provider) ยิ่งต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนี้ให้เร็วขึ้น

ในไทยนับตั้งแต่มีการประกาศนโยบาย Thailand 4.0 โมเดลใหม่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” (Value-Based Economy) เพื่อก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

การผลักดันประเทศสู่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีเทคโนโลยีที่เป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญ สร้างความตื่นตัวทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยสะท้อนผ่านโครงการต่างๆ ส่งผลต่อชีวิตของประชาชนชาวไทยไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

เมื่อบริบททางเศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอุตสาหกรรมสามารถเติบโตท่ามกลางบริบทใหม่ทางเศรษฐกิจได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ในขณะที่ภาครัฐได้อนุมัติจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลประเทศไทย (Digital Park Thailand) ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ก็จะเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม สร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างสรรค์งานด้านดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ

พอ.ดร.สรรพชัย
พอ.ดร.สรรพชัย

อาทิ แอปพลิเคชัน ศูนย์บริการจัดเก็บข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) สถาบันไอโอที (IOT Institute) ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปช่วยส่งเสริมธุรกิจและนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะต่างๆ ฯลฯ ทั้งยังเป็นแหล่งเศรษฐกิจดิจิทัลที่สามารถเชื่อมโยงกับทั้งอาเซียน นับเป็นหนึ่งในมาสเตอร์แพลนของรัฐที่จะพาประเทศก้าวสู่ยุคใหม่ ตอบโจทย์ธุรกิจอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป

การสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีกระทรวงต่างๆรับเป็นเจ้าภาพ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม

นอกจาก บมจ.กสท โทรคมนาคมเข้ามาดูแลอย่างเต็มที่แล้ว ยังรวมถึงการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจดิจิทัล การกำหนดข้อกฎหมายใหม่ๆเพื่อรองรับ รวมถึงจัดหาการสนับสนุนในด้านการลงทุน

ภาคเอกชนเอง โครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในมุมมองของสภาอุตสาหกรรม รูปแบบการผลิตจากเดิมจะถูกเปลี่ยนเป็น Mass Customization ที่สามารถเข้าถึงและปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ

โครงการดิจิทัล พาร์ค จะสามารถสนับสนุนในเรื่องของศูนย์ทดลองเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นำไปสู่การสร้างหรือเพิ่มประสิทธิผลในการผลิตเพื่อรองรับตลาดโลก

ในขณะที่กูเกิลและไมโครซอฟท์ ต่างพร้อมสนับสนุนประเทศไทยให้เกิดการขับเคลื่อนในส่วนนี้ เรียกได้ว่า Digital Park Thailand เปรียบเสมือนเรือธงนำรบของประเทศในการก้าวสู่จุดหมายของ Digital Thailand Digital is Every where

พันเอก ดร.สรรพชัยบอกอีกว่า สถานการณ์การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในไทย จากสถิติล่าสุด พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากถึง 57 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 82% ของประชากรทั้งประเทศ มีอัตราเฉลี่ยการใช้อินเตอร์เน็ตสูงถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน

ขณะที่จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันอยู่ที่ 90 ล้านคน มากกว่าจำนวนประชากรของประเทศ หรือเฉลี่ย 1.5 เลขหมายต่อคน ยังมีการคาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยยังคงเติบโตและมีมูลค่ารวมที่ประมาณ 3 ล้านล้านบาท

ในปี 2018 ในจำนวนดีไวซ์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ปัจจัยสำคัญมาจากความนิยมในการบริโภคคอนเทนต์และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะในรูปแบบวิดีโอ สตรีมมิง

เห็นได้ชัดจากปริมาณการใช้งานของแบนด์วิธ (Bandwidth) มากกว่า 50% เป็นการใช้งานสตรีมมิง ซึ่งมาจากความต้องการการใช้งานดาต้าที่เพิ่มมากขึ้น แสดงถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล

การที่สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น แท็บเล็ต สมาร์ททีวี รวมถึงราคาอินเตอร์เน็ตมีราคาถูกลง ส่งผลให้คนทั่วโลกมีไลฟ์สไตล์แบบใหม่ โดยเฉพาะการเสพคอนเทนต์ต่างๆที่เป็นในรูปแบบออนดีมานด์มากขึ้น

ไม่ได้จำกัดช่วงเวลาในการรับชมว่าจะต้องไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ หรือดูรายการโทรทัศน์ตอนออกอากาศสดอีกต่อไป แต่คนดูจะเป็นผู้กำหนดและเลือกเองว่าต้องการดูตอนไหน เวลาใด เรียกได้ว่าเมื่อแพลตฟอร์มเปลี่ยน ไลฟ์สไตล์ก็เปลี่ยน

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มที่เปลี่ยนไปเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดรวมของ e-Sport ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 3 หมื่นล้านบาท และจะเติบโตมากขึ้นอีก จีนและเกาหลีใต้เติบโตในอัตรา 40% ต่อปี รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา 30% ต่อปี

ชี้ให้เห็นว่า e-Sport ไม่ได้เป็นแค่การเล่นเกมเพื่อความบันเทิงเพียงเท่านั้น แต่ถูกยกระดับสู่การแข่งขันในระดับเวทีใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์ ซึ่งถูกบรรจุไว้ในการแข่งขันด้วย

มูลค่าตลาดเกมในประเทศไทยอยู่ที่ 1 หมื่นล้านต่อปี เม็ดเงินของมูลค่าตลาดทั้งของไทยและทั่วโลก เป็นการยืนยันว่าเกมไม่ใช่เรื่องไร้สาระอย่างที่เคยถูกมอง เพราะยังสามารถต่อยอดไปถึงการสร้างเม็ดเงินในด้านอื่นๆ

ทั้งในเรื่องของการตลาดการโฆษณา การพัฒนาจากเกมไปสู่ซีรีส์ หรือประโยชน์เชิงท่องเที่ยวในรูปแบบ e-Tourism รวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรในประเทศเพื่อรองรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่จะเพิ่มขึ้น

เช่นเดียวกับภาคธุรกิจค้าปลีก ที่มีการปรับเปลี่ยนจาก Advertiser เป็น Publisher จากการสื่อสารการตลาดเพียงด้านเดียวไปสู่กลุ่มผู้บริโภค ถูกปรับกลยุทธ์เป็นการเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภค เพื่อวิเคราะห์ถึงความต้องการอย่างแท้จริง

ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่และรายย่อยที่ประสบความสำเร็จ ต่างอาศัยการสื่อสารบนแพลตฟอร์มต่างๆในโลกดิจิทัล เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

การตลาดหรือการโฆษณา ได้เปลี่ยนมาสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มมากขึ้น เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นจะต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในรูปแบบเอกซ์คลูซีฟ คอนเทนต์

การตลาดดิจิทัลไม่สามารถตีกรอบได้แค่ On line หรือ Off line แต่ต้องคำนึงว่า On life หรือไม่ ซึ่งนั่นคือความสามารถที่จะใช้ดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการให้กับชีวิตลูกค้าและสื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่ยุคดิจิทัล คือ บุคลากรในองค์กรที่ต้องเชื่อในเป้าหมายในด้านการเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับเทคโนโลยี องค์กรจึงควรให้ความสำคัญกับ “คน” ถ้าประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล จีดีพีของประเทศอาจจะเพิ่มขึ้นอีก 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังนั้น ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันหาวิธีที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านให้ได้

พันเอก ดร.สรรพชัยทิ้งท้ายว่า การตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นดิจิทัลฮับในภูมิภาคอาเซียน เมื่อวิเคราะห์จากสถานการณ์ดิจิทัลในปัจจุบันของไทย และนโยบายที่รัฐได้กำหนดไว้ รวมทั้งความร่วมมือจากหลายๆภาคส่วนในการพยายามที่จะปรับตัวและหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์

เชื่อว่า “โลกของเทคโนโลยีไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีพาเราก้าวข้ามทุกข้อจำกัด และช่วยเปลี่ยนโลกใบนี้ให้น่าอยู่มากขึ้น”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ