
พาณิชย์ ปลื้ม! ส่งออก ต.ค.61 กลับมาเป็นบวกที่ 8.7% ด้วยมูลค่า 2.1 หมื่นล้านเหรียญฯ เตรียมเสนอรัฐบาล ตั้งทีมเฉพาะกิจ ทำยุทธศาสตร์ไทยรับมือการเปลี่ยนแปลงโลก...
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า ในเดือน ต.ค.61 การส่งออกมีมูลค่า 21,757.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากที่เดือน ก.ย.61 ที่ติดลบ 5.2% โดยเมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 702,056.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.81% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 22,037.5 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 11.23% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 720,677.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.39% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 279.5 ล้านเหรียญฯ หรือขาดดุล 18,621 ล้านบาท
ขณะที่ในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) ปี 61 การส่งออกมีมูลค่า 211,487.8 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 8.19% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 6.759 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.51% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 208,928.9 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 14.78% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 6.769 ล้านล้านบาท ส่งผลให้เกินดุลการค้า 2,558.9 ล้านเหรียญฯ แต่เมื่อคิดเป็นเงินบาท ขาดดุล 9,430.5 ล้านบาท
สำหรับสาเหตุที่การส่งออกกลับมาฟื้นตัว เพราะในเดือน ต.ค.61 มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 12.2% อยู่ที่ 3,574 ล้านเหรียญฯ โดยสินค้าสำคัญที่ส่งออกเพิ่มขึ้น เช่น น้ำตาล ข้าว มันสำปะหลัง ไก่สดแช่แข็ง และแปรรูป ผัก ผลไม้สดแช่แข็งกระป๋องและแปรรูป ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 6.8% มูลค่า 17,060 ล้านเหรียญฯ จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ และส่วนประกอบ
ส่วนการส่งออกไปทุกตลาด มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาด โดยตลาดในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย และซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ขยายตัวในระดับสูงที่ 18.7%, 12% และ 18.2% ตามลำดับ ส่วนอาเซียน (5 ประเทศ) เพิ่มขึ้น 24.4% ตลาดเอเชียใต้ เพิ่ม 17.1% ส่วนสหรัฐฯ และจีน กลับมาขยายตัวอีกครั้ง โดยสหรัฐฯ เพิ่ม 7.2% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 เดือน และจีน เพิ่ม 3% หลังจากหดตัวลงเล็กน้อยในเดือน ก.ย.61 ขณะที่รัสเซียและกลุ่มประเทศในเครือ (ซีไอเอส) ลดลง 38.8% ละตินอเมริกา ลด 6% ทวีปออสเตรเลีย ลด 2% ตะวันออกกลาง ลด 7.4% และสหภาพยุโรป ลด 4.1%
น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวต่อถึงผลกระทบจากสงครามการค้าว่า ในเดือน ต.ค.61 การส่งออกไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษี ทำให้ส่งออกไปสหรัฐฯ ได้เพียง 42 ล้านเหรียญฯ ลดลง 45 ล้านเหรียญฯ หรือลดลง 52% จากการลดลงของโซลาร์เซลล์ 71.9% และเครื่องซักผ้า 91.7% แต่เหล็กและผลิตภัณฑ์ เพิ่ม 41.4% อะลูมิเนียม เพิ่ม 106.2% ส่วนผลกระทบจากการส่งออกสินค้าไปจีนในกลุ่มที่จีนถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษี ภาพรวมส่งออกได้ 2,468 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 26 ล้านเหรียญฯ หรือเพิ่ม 1.07% จากการเพิ่มขึ้นของเคมีภัณฑ์และพลาสติก 17.9% เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ 6.1% เครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับและเครื่องสำอาง 1.3% แต่ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และแผงวงจร ลด 18.4% ยานพาหนะและส่วนประกอบ ลด 12% ของใช้ในบ้านและออฟฟิศ ลด 31.5%
ขณะที่การส่งออกทดแทนสินค้าจีนในตลาดสหรัฐฯ นั้น ไทยส่งออกได้มูลค่า 1,902 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 165 ล้านเหรียญฯ หรือเพิ่ม 9.5% จากการเพิ่มขึ้นของยานพาหนะและส่วนประกอบ 26.1% เคมีภัณฑ์ 39% เหล็กและผลิตภัณฑ์ 89.2% และเครื่องจักรและส่วนประกอบ 19.9%
ส่วนแนวโน้มการส่งออกจากนี้ไป หากจะผลักดันให้ได้ตามเป้าหมายมูลค่าการส่งออกขยายตัว 8% ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ หรือเดือน พ.ย.-ธ.ค. จะต้องมีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 22,039 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่หากส่งออกได้เพียงเดือนละ 20,000-21,000 ล้านเหรียญฯ อัตราการขยายตัวทั้งปีจะอยู่ที่ 7.5-7.8% แต่ สนค.ยังมั่นใจว่ามูลค่าส่งออกทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 8% จากปีก่อน
สำหรับในปี 62 ยังคงยืนเป้าหมายการขยายตัวที่ 8% จากปีนี้ แต่ปีหน้าเศรษฐกิจและการค้าโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเป็นปัจจัยกดดันการค้า และจะมีการเปลี่ยนแปลงขั้วเศรษฐกิจโลก ซึ่ง สนค.จะเสนอให้รัฐบาลตั้งทีมงานเฉพาะกิจ เพื่อติดตามสถานการณ์การค้า และนโยบายของประเทศต่างๆ รวมถึงทำยุทธศาสตร์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อผลักดันการส่งออกของไทยให้ขยายตัวได้ต่อไป.