
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ข้าวหอมมะลิไทยเสียแชมป์ข้าวหอมที่ดีที่สุดในโลกให้กับข้าวหอมมะลิกัมพูชา หรือข้าวอังกอร์ ในการประกวดข้าวดีที่สุดในโลกปี 61 (The World Best Rice 2018) ว่า หลายปีที่ผ่านมาข้าวหอมมะลิไทยมีคุณภาพตกต่ำลงพอสมควร โดยเฉพาะด้านความหอม ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนได้เสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไทยใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพัฒนาความหอมให้กลับคืนมา เพราะในอนาคตข้าวหอมมะลิของทั้ง 2 ประเทศ จะมาแย่งส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมมะลิไทย โดยเฉพาะในตลาดจีนที่ข้าวของทั้ง 2 ประเทศมีราคาต่ำกว่าไทยประมาณตันละ 200 เหรียญสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ในการประกวดข้าวดีเด่นโลกปี 61 ข้าวอังกอร์ กลายเป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก รองลงมาคือ ข้าวหอมมะลิจากเวียดนาม และข้าวหอมมะลิไทย เป็นอันดับ 3 อย่างไรก็ตาม ข้าวหอมมะลิไทยเคยได้ครองตำแหน่งแชมป์มาแล้วในปี 52-53 โดยมีเกณฑ์การตัดสิน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านกลิ่น รสชาติ ความเหนียวนุ่ม และรูปร่างลักษณะ โดยใช้วิธีตัดสินด้วยการทดสอบไม่ให้กรรมการทราบว่าเป็นข้าวของประเทศใด หลังจากนั้นไทยเสียแชมป์มาตลอดตั้งแต่ปี 54
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยหลังประชุมชี้แจงแนวทางดำเนินงานโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาว่า ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ จะเชิญสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ และสมาคมผู้ค้าเมล็ดพันธุ์ และภาคเอกชนเข้าหารือเรื่องกำหนดราคารับซื้อข้าวโพด โดยราคาที่รับซื้อของผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่าราคารับประกันของพาณิชย์ ซึ่งกำหนดไว้ที่ 8 บาทต่อกิโลกรัม (กก.).