
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี บริษัทในเครือ ปตท. เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวนิช คัดค้านการที่จีพีเอสซีจะเข้าซื้อหุ้น บมจ.โกลว์ พลังงาน (GLOW) ว่า การเจรจาซื้อขายหุ้น (ดีล) ครั้งนี้ เป็นการซื้อขายเชิงพาณิชย์ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งไม่มีนอกมีนัยทางการเมือง เป็นเรื่องของผู้ขายอยากขายและผู้ซื้ออยากซื้อ ซึ่งยอมรับว่าเป็นห่วงที่ขณะนี้คือมีความพยายามจะดึงประเด็นนี้ไปเชื่อมโยงกับการเมือง “การซื้อขายครั้งนี้ เป็นการซื้อทรัพย์สินของต่างชาติให้กลับมาอยู่ในมือคนไทยที่มีเงินปันผลปีละ 5,000-6,000 ล้านบาท และทำตามนโยบายรัฐที่ต้องการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 และรองรับการลงทุนในเขตเศรษฐกิจอีอีซี เพราะอีอีซีคือเป้าหมายของกลุ่ม ปตท. ซึ่งธุรกิจเกือบทั้งหมดอยู่ในอีอีซี ปตท.จึงต้องจัดหาพลังงานทุกประเภทให้พร้อม เพื่อการันตีความเชื่อมั่นนักลงทุนว่า มีพลังงานน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้าเพียงพอ
ที่สำคัญการซื้อขายหุ้นครั้งนี้ไม่น่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 75 (2) ที่ห้ามรัฐวิสาหกิจทำธุรกิจแข่งกับเอกชน เนื่องจากจีพีเอสซีเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ มีประชาชนเป็นผู้ถือหุ้นนับหมื่นรายที่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งยังไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.กำกับกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาตรา 8 และ 72 เนื่องจากส่วนแบ่งตลาดเมื่อรวมกันแล้วมีกำลังการผลิตเพียง 6.9% ของกำลังผลิตทั้งประเทศ ขณะที่ไทยมีผู้ผลิตไฟฟ้ากว่า 40 ราย จึงไม่เข้าข่ายผูกขาด โดยมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 3 ของประเทศ รวมทั้งผู้ถือหุ้น 99.98% ของจีพีเอสซี ก็ให้ความเห็นชอบดีลนี้ ส่วนประเด็นที่เป็นห่วงว่าจะทำให้กลุ่ม ปตท.ผูกขาดการผลิตไฟฟ้าที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดนั้น ขอยืนยันว่าจีพีเอสซีไม่มีเจตนาผูกขาดธุรกิจผลิตไฟฟ้าในมาบตาพุด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตไฟฟ้าหลายราย “ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่า กกพ. ชุดใหม่จะพิจารณาอนุมัติดีลนี้ล่าช้านั้น เรื่องนี้มีเงื่อนเวลาอยู่แล้วภายใน 90+15 วัน นับตั้งแต่วันที่จีพีเอสซียื่นเรื่องให้ กกพ. พิจารณาเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.61 ตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ของ กกพ. ซึ่งจะครบกำหนด 27 ก.ย.นี้ จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกพ. ส่วนที่ว่าหากดีลนี้ล้ม จีพีเอสซีก็ยังดำเนินกิจการตามปกติและแสวงหาลู่ทางลงทุนใหม่ๆ”.