เปิดสูตรคืนแวตให้คนจน รัฐเร่งคลอดเมกะโปรเจกต์ 3 แสนล้าน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดสูตรคืนแวตให้คนจน รัฐเร่งคลอดเมกะโปรเจกต์ 3 แสนล้าน

Date Time: 17 ก.ย. 2561 08:45 น.

Summary

คลังเปิดสูตร 5 : 1 : 1 คืนภาษีมูลค่าเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากที่รัฐเก็บมาทั้งสิ้น 7% จะคืนให้ 5% อีก 1% เก็บเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ และอีก 1% เป็นภาษีที่รัฐเก็บไว้

Latest

“แอตต้า”จวกรัฐไร้แผนรับมือสงคราม คนไทยแห่ยกเลิกทริปยุโรป ทัวร์แบกต้นทุนหนัก


คลังเปิดสูตร 5 : 1 : 1 คืนภาษีมูลค่าเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากที่รัฐเก็บมาทั้งสิ้น 7% จะคืนให้ 5% อีก 1% เก็บเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ และอีก 1% เป็นภาษีที่รัฐเก็บไว้ “สมคิด” เร่งคลอดเมกะโปรเจกต์กว่า 3 แสนล้านบาทก่อนมีการเลือกตั้ง เพื่อเป็นแรงหนุนส่งทางเศรษฐกิจ พร้อมทยอยออกมาตรการที่จะเป็นการให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ทหารผ่านศึก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลัง ว่า ตามที่รัฐบาลได้วางแนวทางให้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เติมเงินเพิ่มเข้าไปในบัตร แล้วนำบัตรไปรูดจ่ายซื้อสินค้าจะได้รับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปกติรัฐบาลจะเก็บอยู่ 7% นั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการไว้คือ ในการใช้จ่ายผ่านบัตรนั้นผู้ถือบัตรสามารถเติมเงินเข้าไปในบัตรก่อนและใช้จ่ายโดยยังคงเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในการซื้อสินค้าตามปกติ จากนั้นรัฐบาลจะคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเก็บไปเข้ามาในบัตร แต่การคืนภาษีจะไม่ได้คืนให้ทั้งหมด โดยจะมีการแยกเป็น 3 ส่วน คือ จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บไปทั้งหมด 7% จะคืนให้ผู้ถือบัตร 5% อีก 1% จะนำเข้าไปในกองทุนการออมแห่งชาติ และอีก 1% เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ถือบัตรต้องเสียจริง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออีกประมาณ 3-4 เดือนก่อนประกาศวันเลือกตั้งชัดเจน จะเร่งขับเคลื่อนงานทางเศรษฐกิจ 2 ส่วน คือ โครงการส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการบัตรประชารัฐ ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างเสนอโครงการคืนภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่ประมาณ 11.4 ล้านคน และโครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง

“มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น กระทรวงการคลังได้ส่งรายละเอียดเข้ามาให้พิจารณาแล้ว อยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณา ในหลักการนั้นไม่ใช่การยกเว้นไม่ให้ผู้ถือบัตรจ่ายภาษี ทุกคนยังคงจ่ายภาษีแต่จ่ายน้อยลง ซึ่งการจ่ายน้อยลงนั้นอยู่ในรูปที่รัฐคืนภาษีให้หลังจากใช้จ่าย”

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่มีรายได้น้อย ที่เติมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งเหมือนกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-วอลเล็ต เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มทหารผ่านศึกที่ผ่านการต่อสู้เพื่อดูแลส่วนรวมมามากแต่ยังได้รับการดูแลน้อย โดยให้ไปพิจารณาดูว่าคนกลุ่มต่างๆเหล่านี้มีความต้องการพื้นฐานอะไร เช่น การรักษาด้านสาธารณสุข ซึ่งการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณสูง ไม่สร้างต้นทุนหรือภาระมากให้เร่งทำมาตรการออกมา

ส่วนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะเร่งผลักดันในส่วนที่มีความพร้อมและสำคัญให้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเปิดประกวดราคาให้ได้มากที่สุด และต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ซึ่งโครงการสำคัญๆที่เป็นหัวใจนี้มีมูลค่ารวมกันแล้วมากกว่า 300,000 ล้านบาท หากผลักดันออกมาแล้วจะเป็นแรงส่งที่สำคัญของเศรษฐกิจเพราะจะมีการลงทุนเอกชนตามมาอีกมาก เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 สนามบินอู่ตะเภา ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (เอ็มอาร์โอ) ที่อู่ตะเภา ซึ่งจะช่วยให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ได้แก่ สายสีส้ม (ตะวันตก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ รวมทั้งรถไฟทางคู่ที่ได้กำชับกับกระทรวงคมนาคมแล้วให้เร่งรัดให้เปิดประมูลให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ