"สมคิด" ลั่น "ค่าเงิน" ไม่ต้องวอรี่ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือเพิ่มเป้าส่งออกโต 9%

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"สมคิด" ลั่น "ค่าเงิน" ไม่ต้องวอรี่ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือเพิ่มเป้าส่งออกโต 9%

Date Time: 7 ก.ย. 2561 10:05 น.

Summary

รองนายกฯสมคิดเห่กล่อมไม่ต้องห่วงค่าเงินบาทผันผวน ลั่น ประเทศไทยมีกลไกในการดูแลอยู่ ขณะที่สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยปรับเป้าส่งออกปีนี้โต 9% จากเดิม 8%

Latest

“ซีอีโอ “เอไอเอส” ชี้ธุรกิจขยายตัวแกร่งอีกครั้ง พลัง AI ดันยอดใช้มือถือโต 15%

รองนายกฯสมคิดเห่กล่อมไม่ต้องห่วงค่าเงินบาทผันผวน ลั่น ประเทศไทยมีกลไกในการดูแลอยู่ ขณะที่สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยปรับเป้าส่งออกปีนี้โต 9% จากเดิม 8% จับตาความผันผวนค่าเงินในตลาดเกิดใหม่และสงครามการค้า ทำเงินบาทแข็งค่า หวั่นทำมูลค่าส่งออกในรูปเงินบาทลดลง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ค่าเงินหลายๆสกุลเริ่มมีความผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะค่าเงินรีลาของตุรกี และค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียที่ดิ่งค่าลงมากนั้นว่าไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องค่าเงิน ประเทศไทยมีกลไกในการดูแลอยู่ ไม่ต้องวอรี่ อย่าได้วิตกกังวลเลย

น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ได้ปรับเป้ามูลค่าการส่งออกไทยทั้งปี 61 เป็นขยายตัวเพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน จากเดิมที่คาดขยายตัว 8% โดยในส่วน 5 เดือนที่เหลือ (ส.ค.-ธ.ค.) ของปีนี้ จะต้องส่งออกให้ได้เดือนละ 22,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยปัจจัยบวกที่ทำให้การส่งออกไทยเติบโตระดับ 9% เป็นผลมาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าทั้งปี 2561 จะขยายตัวมากกว่า 6-7% เพราะกลุ่มฮาร์ดดิสก์ได้ย้ายฐานลงทุนจากมาเลเซียกลับมาไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกในภาพรวมได้

ประธาน สรท.กล่าวว่า นอกจากนี้ สงครามการค้าสหรัฐฯ และจีน จะทำให้สินค้าไทยหลายรายการมีโอกาสส่งออกไปสหรัฐฯทดแทนสินค้าจากจีน เช่น พืชเกษตรและอาหารทะเล และมีแนวโน้มกระจายตลาดการส่งออกในตลาดใหม่มากขึ้น รวมทั้งวิกฤติค่าเงินตุรกี ที่ทำให้สินค้าสิ่งทอของตุรกีมีราคาสูงขึ้น และผู้นำเข้าจากทั่วโลกอาจหันมานำเข้าจากไทยทดแทน และการผ่อนคลายมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีระหว่างอาเซียน จะช่วยทำให้การค้าขยายตัวมากขึ้น เช่น เวียดนามยกเลิกจำกัดปริมาณการนำเข้าไข่ไก่ เกลือ รวมถึงน้ำตาลที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือ

“ปัจจัยเสี่ยงในประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง หากไม่เป็นไปตามแผนของรัฐบาลที่กำหนดการเลือกตั้งในปีหน้า จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต เพราะการเจรจากรอบเปิดเสรีการค้าต่างๆ รัฐบาลต่างประเทศจะเจรจากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น แต่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามแผนของรัฐบาล”

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธาน สรท. กล่าวว่า สรท.กำลังติดตามปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกของไทย โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จากการไหลกลับเข้ามาของเงินทุนต่างประเทศในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากวิกฤติค่าเงินตุรกี, ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาในประเทศ ทำให้เงินบาทแข็ง และกระทบมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาท โดยสมมติฐานค่าเงินบาทที่ประเมินไว้ทั้งปีอยู่ที่ 33 บาท/เหรียญฯ

“ขณะนี้ค่าเงินบาทกลับมาผันผวนมากขึ้น และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีน้ำหนักมาก ที่จะกระทบต่อการส่งออกไทยได้ โดยผู้ส่งออกและผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ควรใช้เครื่องมือทางการเงินประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เช่น ค้าขายด้วยเงินสกุลท้องถิ่น การเปิดบัญชีค่าเงินต่างประเทศ และกระจายความเสี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้า โดยการเจาะตลาดใหม่ๆ” นายวิศิษฐ์กล่าว

รองประธาน สรท. กล่าวว่า สำหรับกรณีที่สหรัฐฯใช้มาตรการโควตาภาษีกับเครื่องซักผ้า และแผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ได้ส่งผลกระทบต่อยอดการส่งออกเครื่องซักผ้า แผงโซลาร์เซลล์ และเหล็กของไทยแล้ว ซึ่งภาครัฐและผู้ประกอบการต้องติดตามสถานการณ์ที่อาจจะเป็นโอกาสอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน การที่สหรัฐฯและจีนขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างกันนั้น ไทยต้องระวังสินค้าจากสหรัฐฯที่จะไหลเข้าไทย ทั้งถั่วเหลือง ข้าวสาลี แต่ในภาพรวมไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบกับการส่งออกไทยมากนัก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น จากมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งสินค้าปรับสูงขึ้น

“นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา คือสหรัฐฯเตรียมทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) รอบใหม่กับ 25 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงไทย โดยจะประกาศผลในช่วงเดือน ต.ค.นี้ หากสหรัฐฯตัดสิทธิ จะทำให้สินค้าที่เคยได้รับสิทธิ์ไม่ถูกเก็บภาษีนำเข้า หรือเก็บในอัตราต่ำ ต้องกลับมาเสียภาษีนำเข้าสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 10% กระทบต่อขีดความสามารถส่งออกสินค้าไทยไปตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ