
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงาน กสทช.จะรายงานให้บอร์ดรับทราบผลสำรวจ ข้อเท็จจริง เรื่องการกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คิดค่าบริการตามการใช้งานจริงในหน่วยวินาที เพื่อนำไปกำหนดเป็นนโยบายกำกับดูแลการคิดอัตราค่าบริการต่อไป หลังหารือมานานแต่ยังไม่ได้กำหนดเป็นนโยบาย เพียงขอความร่วมมือผู้ให้บริการเท่านั้น โดยผลสำรวจพบว่าบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น มีการเสนอขายจำนวนโปรวินาทีเพิ่มขึ้นจาก 24 รายการในไตรมาส 2 ปี 60 เป็น 27 รายการในไตรมาส 2 ปี 61 ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการโปรวินาทีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 10.31 ล้านคน เป็น 11.47 ล้านคน ส่วนบริษัทในเครือ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส มีการเสนอขายโปรวินาทีลดลงจาก 67 รายการในไตรมาส 2 ปี 60 เหลือ 48 รายการในไตรมาส 2 ปี 61 แต่แม้จะลดจำนวนรายการส่งเสริมการขายลง แต่จำนวนผู้ใช้บริการโปรวินาทีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 5.53 ล้านคน เป็น 8.9 ล้านคน ซึ่งเอไอเอสได้ให้โปรวินาที เป็นรายการ ส่งเสริมการขายเริ่มต้นของซิมที่ให้บริการแบบบัตรเติมเงิน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่ามีการคิดค่าบริการของโปรวินาทีสูงกว่าโปรนาทีมาโดยตลอด โดยเอไอเอสมีส่วนต่างของราคาระหว่างโปรวินาทีแพงกว่าโปรนาที 20 สตางค์ต่อนาที และทรูมูฟ มีส่วนต่างของราคาโปรวินาทีแพงกว่าโปรนาที 10 สตางค์ต่อนาที ส่วนผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ส่วนใหญ่เห็นด้วยและพอใจกับการกำกับค่าบริการตามจริงเป็นวินาที แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองใช้รายการส่งเสริมการขายที่คิดค่าบริการแบบใด ขณะที่ปัจจัยการตัดสินใจไม่เลือกใช้โปรวินาที ได้แก่ ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานและผู้ให้บริการประชาสัมพันธ์โปรนี้น้อยเกินไป.