
“หัวปลี” ใครคิดว่าไม่สำคัญ
วันนี้ “หัวปลี” มีความสำคัญแล้วนะคุณ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “หัวปลี” กำลังกลายเป็นสินค้าฮอตฮิตในกลุ่มประเทศยุโรปหรืออียู
โดยกลุ่มมังสวิรัติหรือกลุ่มไม่กินเนื้อสัตว์ เริ่มหันมานิยมใช้ “หัวปลี” เป็นวัตถุดิบทางเลือกใหม่ สำหรับปรุงอาหารทดแทนเนื้อสัตว์ เช่น สลัดหัวปลี ยำหัวปลี ซุปหัวปลี หัวปลีชุบแป้งทอด หรือแกงกะหรี่หัวปลี และอื่นๆ อีกหลากหลายเมนู
เนื่องจากคุณสมบัติหัวปลี มีเส้นใย เหนียวแน่น สามารถดัดแปลงแทนเนื้อสัตว์ได้ดี กินแล้วไม่อ้วน นํ้าหนักไม่เพิ่ม แถมให้พลังงานสูง 17 แคลอรีต่อ 100 กรัม
ส่งผลให้หัวปลีแช่แข็ง หรือหัวปลี กระป๋องแช่นํ้าเกลือ กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงตัวใหม่ในการส่งออกผักผลไม้ไทยขึ้นมาทันที
“แม่ลูกจันทร์” หยิบข่าว “หัวปลี” มาโชว์เพื่อชี้ว่าสินค้าเกษตรที่สร้างรายได้เข้าประเทศไทย ไม่ใช่มีแต่ “ข้าว” อย่างเดียว!!
ผักสดผลไม้ไทย ก็ปั๊มรายได้ก้อนใหญ่ 8 หมื่นล้าน ถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี
โดยมีกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเป็นลูกค้ารายใหญ่นำเข้าผลไม้ไทย เช่น เงาะ ลำไย มังคุด เป็นสินค้าเข้ายอดนิยม
ส่วนตลาดเอเชีย ลูกค้าผลไม้ไทย ใหญ่ที่สุดไม่ใช่จีน แต่เป็นเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งชอบกิน มะม่วง มังคุด และทุเรียนหมอนทอง
สำหรับตลาดอียู และอเมริกา มีกำลังซื้อสูงมากก็จริง ยังติดปัญหาใหญ่ ทำให้สินค้าผักและผลไม้ไทยไม่สามารถ ขยายตลาดได้มากเท่าที่ควร
เพราะผักผลไม้ไทยโดนเพ่งเล็ง ต้องตรวจสอบสารปนเปื้อน และสารเคมีตกค้าง หนักสุดๆ เข้มสุดๆ ยิ่งกว่าประเทศคู่แข่ง ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย
ถ้าเคลียร์ปัญหานี้ได้ การส่งออกผักสดผลไม้ไทยเข้าตลาดยุโรป และตลาดอเมริกา จะสดใสซาบซ่ากว่านี้อีกหลายเท่าตัว
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่ามีข่าวร้อนๆ ทำให้การขยายตลาดผลไม้ส่งออกไทยเกิดความเสียหายจังเบอร์
กรณีหน่วยตรวจสอบคุณภาพสินค้านำเข้าของประเทศอินโดนีเซียได้สั่งยึดอายัดและเผาทำลายลองกอง และชมพู่จากไทยกว่า 800 กก. ที่ขนส่งทางเครื่องบินจากไทยไปยังสนามบินนานาชาติกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ “แมลงวันตัวอ่อน” อยู่ในผลชมพู่ และตรวจพบ “เพลี้ยรา” ปนเปื้อนในผลลองกองนำเข้าจากไทย
แถมมีหนังสือรับรองความปลอดภัยจากกระทรวงเกษตรฯไทยว่าได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและสิ่งปนเปื้อนอันตรายมาแล้วเป็นอย่างดี
เหตุที่เกิดขึ้น ทำให้มาตรฐานหน่วยตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรส่งออกของไทยเสียหายบานตะเกียง
“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่าการปล่อยปละละเลยบกพร่องผิดพลาดประมาทเลินเล่อโดยไม่ตั้งใจ หรือย่อสั้นๆคือ “ชุ่ย” เพียงครั้งเดียว
สร้างผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทย ต่อคุณภาพผลไม้ไทย ต่อความเชื่อมั่นความปลอดภัยผลไม้ไทย เป็นสิบล้านบาท เป็นร้อยล้านบาท พันล้านบาท หรือหมื่นล้านบาทในระยะยาว
ขอกระชุ่น นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ ผู้รับผิดชอบโดยตรงโปรดจัดการแก้ปัญหานี้โดยพลัน
ขึ้นต้นเป็นหัวปลี แต่ลงท้ายกลายเป็นชมพู่ ลองกอง.
“แม่ลูกจันทร์”