
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้การขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืนของรัฐบาล ในส่วนที่กรมรับผิดชอบ 4 โครงการ มีความคืบหน้าไปมาก โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วกว่า 1,198.63 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมดที่ได้รับจำนวน 1,792 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร มีดำเนินการเบิกจ่ายแล้ว 122 แห่ง 207 รายการ งบประมาณทั้งสิ้น 639.31 ล้านบาท จากทั้งหมด 1,017.91 ล้านบาท
โครงการที่ 2 โครงการสนับสนุนอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร มีการเบิกจ่ายแล้ว 88 แห่ง 204 รายการ งบประมาณทั้งสิ้น 302.78 ล้านบาท จากทั้งหมด 410.62 ล้านบาท ส่วนโครงการที่ 3 คือโครงการเพิ่มศักยภาพการรวบรวมและการแปรรูปยางพาราในสถาบันเกษตรกร ดำเนินการเบิกจ่ายแล้ว 52 แห่ง 119 รายการ งบประมาณทั้งสิ้น 274.59 ล้านบาท จากทั้งหมด 340.42 ล้านบาท ส่วนโครงการสุดท้ายคือ โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร มีการเบิกจ่ายงบประมาณแล้วทั้งสิ้น 8.95 ล้านบาท จากทั้งหมด 18.35 ล้านบาท
“กรมเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนโครงการไทยนิยม ยั่งยืนของรัฐบาล เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดสินค้าเกษตร ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ ผ่านกลไกชะลอปริมาณผลผลิตที่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงผลผลิตล้น ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรของสมาชิกสหกรณ์ปรับตัวสูงขึ้น”
นายนิด จันทร์พุ่ม ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว จำกัด จังหวัดตรัง กล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรย่านตาขาว 5,000 คน ได้ดำเนินการโครงการโกดังเก็บยางแผ่นรมควันจำนวน 2 โกดัง ภายใต้งบประมาณ 39 ล้านบาท และยังได้งบประมาณในการจัดซื้อรถหัวลาก รถพ่วงกึ่งหัวลากมูลค่ากว่า 3 ล้านบาทใช้สำหรับบรรทุกยางไปส่งโรงงาน และยืนยันว่าการจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส.