ดีเซลพุ่ง 44.24 บาท! เดือนเดียวขึ้น 14 บาท เปิดสาเหตุทำไม “น้ำมันขึ้นง่าย-ลงยาก” โครงสร้างจ่ายแพง

Economics

Thai Economics

Tag

ดีเซลพุ่ง 44.24 บาท! เดือนเดียวขึ้น 14 บาท เปิดสาเหตุทำไม “น้ำมันขึ้นง่าย-ลงยาก” โครงสร้างจ่ายแพง

Date Time: 2 เม.ย. 2569 11:26 น.

Video

Claude AI ปลอดภัยสุดในโลก ? อ่านเกม Anthropic จริยธรรม หรือกลยุทธ์ธุรกิจ | Digital Frontiers EP.60

Summary

ช็อกราคาดีเซลทุบสถิติใหม่ ปรับขึ้นรวดเดียว 3.50 บาท พาส่องกลไกกองทุนน้ำมันและโครงสร้างราคาที่ทำคนไทยต้องจ่ายแพง

Latest


2 เมษายน 2569 เป็นอีกหนึ่งวันที่หนักหนา สำหรับคนใช้รถและผู้ประกอบการ เมื่อราคาน้ำมันดีเซลพุ่งแตะ 44.24 บาทต่อลิตร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากปรับขึ้นรวดเดียว 3.50 บาท/ลิตร ซึ่งแรงกว่ากระแสข่าวที่หลุดออกมาก่อนหน้า และ หากย้อนดูสถิติในรอบเพียง 1 เดือน จะพบว่า น้ำมันดีเซลปรับขึ้นมาแล้วถึง 14 บาท หรือ พุ่งขึ้นกว่า 48%

นับเป็นการปรับที่เร็วและแรง จนกลายเป็นสถานการณ์บีบคั้น สำหรับคนทั่วไปและเจ้าของธุรกิจ จากรายจ่ายที่พุ่งพรวดในขณะที่รายได้ยังเท่าเดิม และมีคำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมว่า "ทำไมเวลาน้ำมันโลกขึ้น เราขึ้นตามทันที แต่พอน้ำมันโลกลง ทำไมหน้าปั๊มถึงนิ่งสนิท?" 

โครงสร้างนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความมั่นคงของใคร หรือแท้จริงแล้วมันคือกลไกที่ทำให้คนไทยต้องยอมจ่ายแพงอย่างไม่มีทางเลือก?

เข้าใจกลไก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง "ตัวช่วย" ที่กลายเป็น "ตัวฉุด" 

เหตุผลหลักของการปรับขึ้นราคา 3.50 บาท/ลิตร ที่มีผลไปเมื่อ 05.00 น.วันนี้ ไม่ได้มาจากราคาน้ำมันดิบโลกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก กบน. (คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง) ตัดสินใจลดการชดเชยลง 4.11 บาทต่อลิตร (จากเดิมชดเชยอยู่ 21.89 บาท เหลือ 17.78 บาท)

จึงเป็นคำตอบว่าทำไม "น้ำมันขึ้นง่าย" เพราะที่ผ่านมาภาครัฐใช้เงินกองทุนไป "อุ้ม" จนติดลบมหาศาล ซึ่งข้อมูล รายงาน ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Fuel Fund Office) ณ 29 มี.ค.2569 ระบุ ฐานะกองทุนฯ มีตัวเลขติดลบอยู่ที่ -42,148 ล้านบาท 


เมื่อถึงจุดที่สภาพคล่องวิกฤติ หรือต้องการรักษาความมั่นคงของกองทุนฯ รัฐจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาหน้าปั๊มสะท้อนความจริงมากขึ้น การปรับขึ้นจึงดูรุนแรงและรวดเร็วเพื่อประคองสถานะทางการเงินของประเทศ

กางข้อมูลซัพพลายเชน เราผลิตเองได้ แต่ทำไมยังแพง?

ขณะที่จากข้อมูลล่าสุดของกรมธุรกิจพลังงาน (30 มี.ค. 2569) แสดงให้เห็นโครงสร้างการจัดหาที่น่าสนใจ 

  • การจัดหาน้ำมันดิบ: เรานำเข้าสูงถึง 175.214 ล้านลิตร โดยสัดส่วนหลัก 53% มาจากตะวันออกกลาง และมีน้ำมันดิบจากในไทยเพียง 9% เท่านั้น
  • การผลิต: โรงกลั่นในไทยมีศักยภาพสูง ผลิตน้ำมันดีเซลพื้นฐานได้ 85.413 ล้านลิตร และเบนซินพื้นฐาน 40.655 ล้านลิตร แม้เราจะมีโรงกลั่นและผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้เอง แต่ราคาต้นทุนอ้างอิงยังต้องผูกกับ "ราคาตลาดโลก (สิงคโปร์)" ที่ประกาศทุกๆ 1 ทุ่ม เพราะน้ำมันดิบส่วนใหญ่เราต้องซื้อเขามา เมื่อต้นทุนโลกขยับ บวกกับค่าเงินบาทที่ผันผวน ต้นทุนหน้าโรงกลั่นจึงพุ่งตามทันที 


ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ได้อธิบายไว้ว่า ค่าการกลั่น (Gross Refining Margin : GRM) คือ ส่วนต่างระหว่างมูลค่าเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน กับต้นทุนเฉลี่ยน้ำมันดิบอ้างอิง จึงเป็นเพียงตัวสะท้อนส่วนต่างของราคาในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของโรงกลั่น เช่น ค่า Crude Premium ค่าขนส่งและค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย ค่าเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าซ่อมบำรุง ค่าแรง ดอกเบี้ย และภาษี

ดังนั้น “ค่าการกลั่น”อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามสถานการณ์ตลาดน้ำมันโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือภาวะสงคราม ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนด้านการขนส่ง การประกันภัย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องปรับสูงขึ้นได้ทันที


น้ำมันโลกลง...ทำไมหน้าปั๊มยังไม่ลง?

แม้ปัจจุบัน ราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น แต่ก็มีบางช่วงจังหวะราคาดรอปลงมา กลายเป็นคำถาม ทำไม ณ เวลาที่ราคาน้ำมันโลกปรับลดลง ประเทศไทยไม่สามารถปรับลงตามได้ทันที ซึ่งกลไกทำให้ “ลงยาก" เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักๆ คือ 

  • ภาระหนี้สะสม: เมื่อราคาน้ำมันโลกขาลง รัฐมักจะไม่ลดราคาหน้าปั๊มทันที แต่จะใช้จังหวะนี้เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพื่อไปใช้หนี้ที่เคยติดค้างไว้ในช่วงที่สั่ง "อุ้ม" ราคาไว้ก่อนหน้า
  • ค่าการตลาดและสต็อกน้ำมัน: ผู้ค้าน้ำมันมีต้นทุนจากสต็อกเก่าที่ซื้อมาในราคาสูง การปรับลดราคาจึงมีระยะเวลาเหลื่อมล้ำ (Time Lag) เสมอ


ใครคือผู้แบกรับต้นทุนที่แท้จริง?

จากสถิติการจำหน่ายน้ำมัน ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569:

  • กลุ่มดีเซล: มียอดจำหน่ายรวม 77.386 ล้านลิตรต่อวัน โดยส่วนใหญ่ 61.913 ล้านลิตรผ่านหน้าปั๊ม แต่อีกส่วนสำคัญคือกลุ่ม ขนส่ง (1.840 ล้านลิตร) และ อุตสาหกรรม (2.477 ล้านลิตร)
  • กลุ่มเบนซิน: มียอดจำหน่าย 31.300 ล้านลิตรต่อวัน

เมื่อดีเซลซึ่งเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของภาคขนส่งและผลิตสินค้าพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ผู้ประกอบการจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะต้นทุนค่าขนส่งขยับไปรอแล้ว แต่การปรับขึ้นราคาสินค้าทำได้ยากเนื่องจากติดข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์และกำลังซื้อที่ซบเซา

อย่างไรก็ดี ความผันผวนนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในไทย แม้แต่เพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย ก็ปรับขึ้นราคาไปแตะ 50.32 บาทต่อลิตร เพื่อสะท้อนสภาวะตลาดเช่นกัน แต่ตราบใดที่โครงสร้างราคายังต้องพึ่งพาการนำเข้า และมีพันธะในการใช้หนี้คืนกองทุนน้ำมันฯ ราคา "หน้าปั๊ม" จะยังคงเป็นกราฟที่ขึ้นไวกว่าลงเสมอ และสิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่ก็คือ  "แรงกระแทก" ต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ ที่จะส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในสัปดาห์หน้า ซึ่งคนไทยทุกคนต้องแบกรับอย่างเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง .


ที่มา : กระทรวงพลังงาน ,กรมธุรกิจพลังงาน ,ปตท. ,บางจาก ,กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์