
สศค.เผยดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคเดือน ก.ค. มีแนวโน้มดีทุกภาค ซึ่งภาคกลางสูงสุดที่ระดับ 91.3 ขณะที่ภาคตะวันออกได้รับอานิสงส์จากอีอีซี ภาคอีสานปลื้มมีโรงงานตั้งใหม่ ภาคเหนือมีคนเที่ยวเยอะขึ้น จากข่าว “หมูป่า อะคาเดมี่ ติดถ้ำหลวง” ภาคตะวันตกรับทรัพย์ผลผลิตเกษตร ส่วนภาคใต้คนยังแห่เที่ยวอื้อ เปิดเคล็ดลับจีดีพีโต 5% ต้องอัดฉีดเงินเพิ่มอีก 170,000 ล้านบาท และต้องเป็นเม็ดเงินใหม่จริงๆ เช่น ช็อปช่วยชาติ เป็นต้น
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (Thai Regional Economic Sentiment Index: RSI) ประจำเดือน ก.ค.2561 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ (คาดการณ์ 6 เดือนข้างหน้า) อยู่ในเกณฑ์ที่ดีทุกภูมิภาค โดยภาคกลางอยู่ในเกณฑ์ดีที่ระดับ 91.3 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแนวโน้มที่ดีขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้าของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน เนื่องจากยอดสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่มากขึ้น ประกอบกับรัฐบาลเร่งรัดโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) สายอุดรรัถยา-พระนครศรีอยุธยา ทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้ามีความสะดวกและลดต้นทุนการผลิตสินค้า นอกจากนี้ คาดว่าการลงทุนจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออก ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 87.9 โดยเศรษฐกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้า จะได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและภาคการบริการ หลังจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คืบหน้าในหลายด้าน เช่น การเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และได้รับแรงสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มีการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ อีกทั้งใน 6 เดือนข้างหน้าจะเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 86.5 เนื่องจากแนวโน้มที่ดีขึ้นในภาคอุตสาหกรรม จากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งมีจำนวนโรงงานเพิ่มขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์ บึงกาฬ และสุรินทร์
นอกจากนี้ ดัชนีแนวโน้มของภาคบริการปรับตัวในระดับที่ดี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งครึ่งหลังปี 2561 เป็นฤดูท่องเที่ยวของหลายจังหวัด ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
ขณะที่ภาคบริการของภาคเหนือมีแนวโน้มสดใส หลังจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง ครอบคลุมถึง 16 จังหวัดในภาคเหนือ ประกอบกับมีเหตุการณ์ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ส่งผลให้คนสนใจเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดโดยรอบเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการเพิ่มเที่ยวบินตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง นอกจากนี้ ดัชนีแนวโน้มภาคเกษตรปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศในช่วง 6 เดือนข้างหน้าจะเป็นฤดูการเก็บเกี่ยวพืชผลทางเกษตรที่สำคัญ ส่งผลให้ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจเหนือปรับตัวมาอยู่ที่ 84.7
ด้านตะวันตกปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 79.8 เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มที่ดีของภาคเกษตร ประกอบกับแนวโน้มที่ดีของภาคอุตสาหกรรม ส่วนภาคใต้ ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 76.8 จากดัชนีแนวโน้มในภาคบริการ ส่งสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง อยู่ที่ 89.1
ส่วนหนึ่งเนื่องจากเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วน กทม.และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 63.9 ซึ่งปรับตัวในเกณฑ์ที่ดี ตามดัชนีแนวโน้มในอีก 6 เดือนข้างหน้าของภาคอุตสาหกรรมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่ 68.5
นางสาวกุลยา กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ใหม่ จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 4.2% เป็น 4.5% โดยมีช่วงระหว่างอยู่ที่ 4.3-4.8% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่เต็มศักยภาพของเศรษฐกิจไทยแล้ว “ไตรมาสแรกปีนี้ เศรษฐกิจขยายตัวได้ 4.8% และไตรมาส 2 ขยายตัวได้ 4.5% ส่วนตัวเลขที่แท้จริงต้องรอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงอย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค.นี้”
ทั้งนี้ หากต้องการให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 5% ตามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องการรัฐบาลต้องมีมาตรการใหม่ โดยอัดฉีดเงินเพิ่มอีก 170,000 ล้านบาท ซึ่งเงินก้อนนี้ต้องเป็นเม็ดเงินใหม่จริงๆ เช่น โครงการช็อปช่วยชาติ การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (แวต) ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น “ตอบยาก ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ 5% หรือไม่ แต่หากถามว่าเศรษฐกิจไทยภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันก็สามารถเติบโตได้ 4.5% อยู่แล้ว และหากการท่องเที่ยว-การส่งออกยังดีต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเติบโตได้ 4.8%”.