
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา กองทุน 500 ตุุ๊กตุ๊ก (Tuks Tuks) กองทุนที่ดำเนินการโดยเอกชน เพื่อการลงทุนในสตาร์ตอัพ (Venture Capital) ได้ประกาศความร่วมมือกับ 5 ธุรกิจเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาลงทุนในกองทุนตุ๊กตุ๊กรอบที่ 2 ได้แก่ กลุ่มเซ็นทรัล, กลุ่มธุรกิจ TCP เจ้าของแบรนด์กระทิงแดง, กลุ่มสหพัฒน์, ไทยรัฐกรุ๊ป และบริษัทอาคเนย์ ประกันภัย จำกัด ธุรกิจในกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี
นายกระทิง พูนผล ผู้จัดการกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก เปิดเผย ว่า หลังเปิดตัวกองทุนเมื่อปี 2558 กองทุนตุ๊กตุ๊กรอบที่ 1 ได้เข้าไปลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพรวม 50 บริษัท และช่วยให้สตาร์ตอัพเหล่านั้นสามารถระดมทุนได้รวมเกือบ 7,000 ล้าน บาท โดยใน 50 สตาร์ตอัพที่กองทุน 500 ตุ๊กตุ๊กรอบแรกเข้าไปลงทุน ประกอบด้วย Pomelo, Omise, aCommerce, Finnomena และ Tourkrub เป็นต้น ณ ปัจจุบัน มีราว 5 บริษัทที่มีมูลค่าระหว่าง 30-100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1,000-3,000 ล้านบาท) และกำลังเตรียมตัวที่จะขายหุ้นออกเพื่อทำกำไร (exit) ส่วนกองทุนตุ๊กตุ๊กรอบ 2 ซึ่งมี 5 บริษัทชั้นนำประเดิมลงเงินด้วยนั้น ตั้งเป้าลงทุนในสตาร์ตอัพ 150 บริษัท ทั้งในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมหลากหลายสาขา ทั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI), ฟินเทค/บล็อกเชน, พลังงาน, เทคโนโลยีการเกษตร, อาหารและไบโอเทค, โลจิสติกส์, อีคอมเมิร์ซ, ท่องเที่ยว, เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย (Proptech)
นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า จุดประสงค์ในการลงทุนครั้งนี้ เพราะต้องการสนับสนุนสตาร์ตอัพไทย หาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ และพากระทิงแดงเข้าสู่วัฒนธรรมการทำงานแบบสตาร์ตอัพ ส่วนเม็ดเงินลงทุนนั้น ไม่ถือว่ามากมายนักหากเทียบกับขนาดของธุรกิจ “สิ่งที่คาดหวังไว้คือ เราอาจมีโอกาสได้เจอสตาร์ตอัพ ที่ทำธุรกิจที่เราคาดไม่ถึง เป็นธุรกิจใหม่ หรือนิวเอสเคิร์ฟ New S Curve ที่เขากำลังฮิตกัน”
นายดนภัทร พร้อมพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ แผนกการลงทุน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า เซ็นทรัลมีพื้นที่ขายสินค้า 4 ล้านตารางเมตร มีลูกค้าลงทะเบียนเดอะวันการ์ด 13 ล้านคน แต่ก็ยังไม่เพียงพอหากต้องการจะอยู่รอดในยุคปัจจุบัน โดยหวังว่าการลงทุนในครั้งนี้ จะทำให้เซ็นทรัลขยับเข้าสู่การเป็นบริษัทดิจิทัลไลฟ์สไตล์ระดับท็อปได้ ด้านนายวัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสนับสนุน บริษัท วัชรพล จำกัด เจ้าของสื่อเครือไทยรัฐกรุ๊ป กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆให้ไทยรัฐ โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจที่แตกต่างไปจากธุรกิจดั้งเดิม โดยสตาร์ตอัพสาขาที่สนใจเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ โลจิสติกส์.