
นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังชี้แจงเงื่อนไขการประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/61 ว่า จะเปิดประมูลขายข้าวกลุ่ม 1 (ข้าวเพื่อการบริโภค) 43,700 ตัน ลอตสุดท้ายของกลุ่มนี้ เป็นข้าวขาว 5% ปริมาณ 24,000 ตัน ข้าวหอมมะลิ 100% ปริมาณ 7,000 ตัน ข้าวหอมจังหวัด 6,000 ตัน เป็นต้น ซึ่งเก็บอยู่ใน 20 คลังสินค้า 15 จังหวัด ในความรับผิดชอบขององค์การคลังสินค้า (อคส.) โดยจะเปิดให้ผู้สนใจดูสภาพข้าววันที่ 8-15 พ.ค.61 ก่อนเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติเพื่อเสนอซื้อวันที่ 16 พ.ค. โดยจะประกาศผลผู้ผ่าน คุณสมบัติ และให้ยื่นซองเสนอราคาพร้อมเปิดซองวันที่ 18 พ.ค.61 ซึ่งกำหนดให้ซื้อแบบเหมาคลัง
สำหรับราคาข้าวปัจจุบัน พบว่า ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 8,000-8,200 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 15,500-16,000 บาท ส่วนราคาส่งออกข้าวขาว 5% ตันละ 452 เหรียญสหรัฐฯ ข้าวหอมมะลิ 100% ตันละ 1,100 เหรียญฯ คาดว่า ราคาจะเพิ่มขึ้นอีกจากการที่ไทยชนะการประมูลนำเข้าข้าวของรัฐบาลฟิลิปปินส์ 120,000 ตัน ส่วนข้าวที่เหลือในสต๊อกรัฐบาลกลุ่ม 2 หรือข้าวเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่การบริโภคของคน ปริมาณ 1.48 ล้านตัน และข้าวกลุ่ม 3 หรือข้าวเข้าอุตสาหกรรมที่มิใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ปริมาณ 540,000 ตัน จะนำมาเปิดประมูลเดือน มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.57-5 เม.ย.61 กรมได้ระบายข้าวสารสต๊อกแล้ว 14.84 ล้านตัน มูลค่า 135,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การระบายสต๊อกข้าวรัฐบาล 14.84 ล้านตัน มูลค่า 135,000 ล้านบาท พบว่า ขายได้เฉลี่ยตันละ 9,097 บาท ขณะที่ราคารับจำนำข้าวเปลือกปี 54/55, ปี 55/56 และปี 56/57 อยู่ที่ตันละ 15,000 บาทสำหรับข้าวขาว เมื่อคิดเป็นราคาข้าวสารจะมีต้นทุนตันละราว 24,000 บาท หรือขาดทุนตันละ 15,000 บาท รวมขายข้าว 14.84 ล้านตัน ขาดทุนจากต้นทุนรับจำนำรวม 220,000 ล้านบาท.