
เงินสะพัด 132,162 ล้าน ช่วงเทศกาลสงกรานต์เศรษฐกิจขยับตัวดีขึ้นแน่ อีก 1 ปี จากการรอคอยคงได้เลือกตั้งกันแน่ 3 ก๊กการเมืองเริ่มขยับตัว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตประเทศต่อไป
ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้อยู่ในห้วงระหว่างเทศกาลปีใหม่ไทย ว่ากันแบบไทยๆคือ “สงกรานต์” ซึ่งมิใช่แค่เห็นภาพการรดน้ำดำหัว ที่ผู้คนแห่แหนกลับบ้านเกิดเมืองนอน
แต่ที่จะเป็นเนื้อหาสำคัญก็คือเป็นการเริ่มปีอีกรอบหนึ่ง
การรดน้ำดำหัวพ่อ–แม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ครูบาอาจารย์ เหล่านี้ล้วนเป็นการแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณ เป็นประเพณีที่ดีงามของคนไทย
เหนืออื่นใดขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขความเจริญ เดินทางไป–กลับด้วยความปลอดภัย
พึงระลึกถึงความไม่ประมาทจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด
มีข่าวดีอยู่อย่างหนึ่งในวาระปีใหม่นี้ “หอการค้าไทย” ได้ระบุว่าจะมีเงินสะพัดถึง 132,162 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.5%
เนื่องจากการใช้จ่ายทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น
นั่นเท่ากับว่าจะทำให้เกิดแรงกระตุ้นด้านเศรษฐกิจไปทั่วประเทศ แสดงให้เห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด
อีก 1 ปีจากนี้ไป หมายถึงนับจากปีใหม่ไทย คนไทยทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อไปสู่การเลือกตั้งอย่างที่ระบุกันว่าจะอยู่ที่เดือน ก.พ.62
ก่อนจะถึงวันนั้นจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อเป็นการแทรกเข้ามาก่อน ถือเป็นการ “ซ้อมมือ” ก่อนไปสู่การเลือกตั้งใหญ่
หลังจากห่างหายจากการเลือกตั้งไปถึง 5 ปี
ความชัดเจนอย่างนี้ย่อมเป็นหลัก ประกันที่ทำให้พรรคการเมือง นักการเมือง หรือกระบวนการทางการเมืองคึกคักอย่างเห็นชัดเจน
ถ้าเอาภาพกว้างๆน่าจะเป็น “3 ก๊ก” ใหญ่ คือ 1.เพื่อไทย 2.ประชาธิปัตย์ 3.หนุนลุงตู่
หรือบางฝ่ายก็วิเคราะห์กันว่าน่าจะเป็น 2 ก๊กมากกว่า คือ เอาทหารหรือไม่เอาทหาร นั่นไม่น่าจะเป็นเหตุผลเท่าใดนัก
เพราะแม้ว่าเพื่อไทย–ประชาธิปัตย์จะกำหนดท่าทีทางการเมืองไปในทิศทางเดียวกันคือ ไม่เอา “ประยุทธ์”
แต่เนื้อแท้จริงๆ เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ก็ไปด้วยกันไม่ได้
“เพื่อไทย” ชัดเจนว่ายังอยู่ภายใต้ “เงาทักษิณ” เมื่อปรากฏภาพแห่งการสนับสนุนแม้จะอยู่ในต่างประเทศ แต่ลูกพรรคและแนวร่วมสนับสนุนยังฟังเสียงนี้อยู่
ใครที่บอกว่าให้เพื่อไทยแยกตัวออกมาจาก “ทักษิณ” จึงไม่มีความเป็นไปได้
ฝันลมๆแล้งๆ ไม่ต่างไปจาก “เสนาะ เทียนทอง” ที่บอกว่า “แม้ว” จะกลับไทย
ก๊ก 2 ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาถึงขั้นนี้ดูเหมือนจะเข้ารูปเข้ารอยเห็นเงาชัดเจนขึ้นว่าใครเป็นใคร พรรคการเมืองไหนบ้าง
รอเพียงให้เงาจางๆนั้นปรากฏของจริงออกมาเท่านั้น
“ประชาธิปัตย์” ภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” พร้อมแรงหนุนส่งอย่าง “ชวน หลีกภัย” ถือว่ามาเร็วมาแรง
ประกาศชัดใครหนุน “คนนอก” เป็นนายกฯ ไม่ต้องเลี้ยวเข้าพรรค
มีคำถามว่า เหตุไฉน “เดอะมาร์ค” จึงต้องออกตัวแรงเช่นนั้น มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน คำตอบก็คือมีความจำเป็นยิ่ง
เพราะต้องหวังถึงขั้นเป็นนายกฯอีกรอบหนึ่ง
หากคราวนี้ไม่ได้แล้วคงหมดโอกาสในทันที จึงต้องชิงธงอย่างเข้มข้น อย่างที่พูดกันว่าหากไปหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็เท่ากับตัดหนทาง คงเป็นได้แค่ประธานสภาผู้แทนฯ
เพียงแต่ตำแหน่งนี้ด้วยกฎหมายใหม่ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อความเป็นกลาง
เท่ากับ “ตีนลอย” จากพรรค เคว้งคว้างหลุดลอยไปเลยแน่!!!
“ลิขิต จงสกุล”