3 ก๊กการเมืองไทย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

3 ก๊กการเมืองไทย

Date Time: 15 เม.ย. 2561 05:01 น.

Video

ทำไม TSMC ถึงดูเหมือนธุรกิจที่ "ไม่มีขาลง" ? | Digital Frontiers EP.78

“Summary“

เงินสะพัด 132,162 ล้าน ช่วงเทศกาลสงกรานต์เศรษฐกิจขยับตัวดีขึ้นแน่ อีก 1 ปี จากการรอคอยคงได้เลือกตั้งกันแน่ 3 ก๊กการเมืองเริ่มขยับตัว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตประเทศต่อไป

Latest


เงินสะพัด 132,162 ล้าน ช่วงเทศกาลสงกรานต์เศรษฐกิจขยับตัวดีขึ้นแน่ อีก 1 ปี จากการรอคอยคงได้เลือกตั้งกันแน่ 3 ก๊กการเมืองเริ่มขยับตัว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตประเทศต่อไป

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้อยู่ในห้วงระหว่างเทศกาลปีใหม่ไทย ว่ากันแบบไทยๆคือ “สงกรานต์” ซึ่งมิใช่แค่เห็นภาพการรดน้ำดำหัว ที่ผู้คนแห่แหนกลับบ้านเกิดเมืองนอน

แต่ที่จะเป็นเนื้อหาสำคัญก็คือเป็นการเริ่มปีอีกรอบหนึ่ง

การรดน้ำดำหัวพ่อ–แม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ครูบาอาจารย์ เหล่านี้ล้วนเป็นการแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณ เป็นประเพณีที่ดีงามของคนไทย

เหนืออื่นใดขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุขความเจริญ เดินทางไป–กลับด้วยความปลอดภัย

พึงระลึกถึงความไม่ประมาทจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

มีข่าวดีอยู่อย่างหนึ่งในวาระปีใหม่นี้ “หอการค้าไทย” ได้ระบุว่าจะมีเงินสะพัดถึง 132,162 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.5%

เนื่องจากการใช้จ่ายทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น

นั่นเท่ากับว่าจะทำให้เกิดแรงกระตุ้นด้านเศรษฐกิจไปทั่วประเทศ แสดงให้เห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด

อีก 1 ปีจากนี้ไป หมายถึงนับจากปีใหม่ไทย คนไทยทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อไปสู่การเลือกตั้งอย่างที่ระบุกันว่าจะอยู่ที่เดือน ก.พ.62

ก่อนจะถึงวันนั้นจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อเป็นการแทรกเข้ามาก่อน ถือเป็นการ “ซ้อมมือ” ก่อนไปสู่การเลือกตั้งใหญ่

หลังจากห่างหายจากการเลือกตั้งไปถึง 5 ปี

ความชัดเจนอย่างนี้ย่อมเป็นหลัก ประกันที่ทำให้พรรคการเมือง นักการเมือง หรือกระบวนการทางการเมืองคึกคักอย่างเห็นชัดเจน

ถ้าเอาภาพกว้างๆน่าจะเป็น “3 ก๊ก” ใหญ่ คือ 1.เพื่อไทย 2.ประชาธิปัตย์ 3.หนุนลุงตู่

หรือบางฝ่ายก็วิเคราะห์กันว่าน่าจะเป็น 2 ก๊กมากกว่า คือ เอาทหารหรือไม่เอาทหาร นั่นไม่น่าจะเป็นเหตุผลเท่าใดนัก

เพราะแม้ว่าเพื่อไทย–ประชาธิปัตย์จะกำหนดท่าทีทางการเมืองไปในทิศทางเดียวกันคือ ไม่เอา “ประยุทธ์”

แต่เนื้อแท้จริงๆ เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ก็ไปด้วยกันไม่ได้

“เพื่อไทย” ชัดเจนว่ายังอยู่ภายใต้ “เงาทักษิณ” เมื่อปรากฏภาพแห่งการสนับสนุนแม้จะอยู่ในต่างประเทศ แต่ลูกพรรคและแนวร่วมสนับสนุนยังฟังเสียงนี้อยู่

ใครที่บอกว่าให้เพื่อไทยแยกตัวออกมาจาก “ทักษิณ” จึงไม่มีความเป็นไปได้

ฝันลมๆแล้งๆ ไม่ต่างไปจาก “เสนาะ เทียนทอง” ที่บอกว่า “แม้ว” จะกลับไทย

ก๊ก 2 ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาถึงขั้นนี้ดูเหมือนจะเข้ารูปเข้ารอยเห็นเงาชัดเจนขึ้นว่าใครเป็นใคร พรรคการเมืองไหนบ้าง

รอเพียงให้เงาจางๆนั้นปรากฏของจริงออกมาเท่านั้น

“ประชาธิปัตย์” ภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” พร้อมแรงหนุนส่งอย่าง “ชวน หลีกภัย” ถือว่ามาเร็วมาแรง

ประกาศชัดใครหนุน “คนนอก” เป็นนายกฯ ไม่ต้องเลี้ยวเข้าพรรค

มีคำถามว่า เหตุไฉน “เดอะมาร์ค” จึงต้องออกตัวแรงเช่นนั้น มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน คำตอบก็คือมีความจำเป็นยิ่ง

เพราะต้องหวังถึงขั้นเป็นนายกฯอีกรอบหนึ่ง

หากคราวนี้ไม่ได้แล้วคงหมดโอกาสในทันที จึงต้องชิงธงอย่างเข้มข้น อย่างที่พูดกันว่าหากไปหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็เท่ากับตัดหนทาง คงเป็นได้แค่ประธานสภาผู้แทนฯ

เพียงแต่ตำแหน่งนี้ด้วยกฎหมายใหม่ต้องลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อความเป็นกลาง

เท่ากับ “ตีนลอย” จากพรรค เคว้งคว้างหลุดลอยไปเลยแน่!!!

“ลิขิต จงสกุล”


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ