
รัฐบาลปวดขมับ คนไทยแห่เที่ยวต่างประเทศช่วงหยุดยาวสงกรานต์ แพ็กเกจทัวร์เต็มเกือบ 100% ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับหนึ่ง คาดตลอดปีนี้คนไทยไปญี่ปุ่นทำสถิติทะลุ 1 ล้านคน รองลงมาเป็นยุโรป และกลุ่มประเทศอาเซียน
นายธนพล ชีวรัตนพร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า สถานการณ์คนไทยเดินทางไปต่างประเทศในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ขยายตัว 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากบรรยากาศเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเป็นตัวสนับสนุน รวมถึงการมีวันหยุดยาว 2 ช่วงติดต่อกันได้แก่ วันที่ 6 เม.ย.ซึ่งเป็นวันจักรี และวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 12-16 เม.ย. ซึ่งรัฐบาลประกาศให้วันที่ 12 เม.ย.เป็นวันหยุดเพิ่มอีก 1 วัน ทำให้ยอดจองทัวร์ล่วงหน้าเต็มเกือบ 100% และแพ็กเกจที่ว่างยังมีเหลือ จำหน่ายสำหรับเดินทางในช่วงดังกล่าวอีกไม่มาก โดยจุดหมายที่นิยมอันดับ 1 ยังเป็นญี่ปุ่น ในสัดส่วน 30% แต่ที่น่าสังเกตคือคนไทยเลือกไปยุโรปมากขึ้น จนได้รับความนิยมขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ขณะที่อันดับ 3 เป็นจุดหมายในกลุ่มอาเซียนที่เดินทางสะดวก
ทั้งนี้ จากการรายงานขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (เจเอ็นทีโอ) ระบุว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ มีคนไทยเดินทางเข้าไปญี่ปุ่นแล้วกว่า 164,000 คน เพิ่มขึ้น 17.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นประเทศที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นสูงเป็นอันดับ 5 รองจากเกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และฮ่องกง โดยเจเอ็นทีโอประเมินนักท่องเที่ยวไทยปีนี้มีโอกาสสูงถึง 1 ล้านคน เพิ่มจากปีที่แล้วสร้างสถิติไว้ที่ 980,000 คน
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมการขายแพ็กเกจทัวร์ในช่วงสงกรานต์เป็นไปด้วยดี แต่บริษัททัวร์เริ่มปรับโครงสร้างการทำตลาด โดยหันมาทำรายได้ จากตลาดเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) มากขึ้น ด้วยการให้บริการแยกเป็นรายการเท่านั้น เช่น จองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วรถไฟของประเทศต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับกระแสการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองที่เติบโตมากขึ้น ซึ่งคนไทยมีแนวโน้มเป็นมืออาชีพในการเดินทางมากขึ้น ทั้งรู้จักหาข้อมูลล่วงหน้า การเตรียมตัวเดินทาง การ ทำวีซ่า ทำให้สัดส่วนลูกค้าที่เป็นกรุ๊ปทัวร์เหลือ 70% ส่วนอีก 30% เป็นลูกค้าเอฟไอที ที่เฉพาะปีนี้ เติบโตประมาณ 6-7% เทียบกับปีที่ผ่านมา
“การหันมาทำตลาดกับเอฟไอทีช่วยอำนวยความสะดวกจองบริการบางส่วน แม้ว่าจะมีรายได้ไม่เท่ากับการขายโปรแกรมทัวร์ทั้งแพ็กเกจแบบเดิม แต่ข้อดีสำหรับบริษัททัวร์คือ ลดความเสี่ยงในการแบกภาระต้นทุนไปได้มาก เพราะหากพึ่งพิงการขายทัวร์แบบเดิมอย่างเดียว เมื่อไม่สามารถจำหน่ายได้หมด ทัวร์ก็ต้องรับค่าใช้จ่ายไว้เอง และข้อดีอีกเรื่องคือ คนไทยมีการเตรียมพร้อมและเข้าใจเรื่องการเดินทางมากขึ้นอย่างมืออาชีพ ดังนั้น การสื่อสาร หรือให้เตรียมตัวเรื่องต่างๆ เช่น วีซ่า ก็รู้ว่าต้องเผื่อเวลาในการดำเนินการอย่างไร มีเงื่อนไขอย่างไร จึงทำธุรกิจได้สะดวก ไม่ยุ่งยากเหมือนเดิม”
ทั้งนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่ยังใช้บริการนำเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการ ยังมีส่วนทำให้ธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศยังขยายตัวได้ดี ปัจจุบันมีบริษัทที่เป็นสมาชิกของทีทีเอเออยู่กว่า 700 บริษัท และมีสมาชิกสมทบในประเภทอื่นๆ เช่น สายการบิน ทำให้รวมแล้วมีสมาชิกกว่า 800 ราย
ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ทอท.คาดการณ์ปริมาณการจราจรทางอากาศช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินทั้ง 6 แห่งของ ทอท.คือ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ สนามบินหาดใหญ่ และสนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระหว่าง 11-17 เม.ย. มีเที่ยวบินประมาณ 17,550 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยประมาณ 2,510 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผู้โดยสารประมาณ 3.01 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 430,700 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 14.4% โดยสนามบินที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุด คือ สนามบินสุวรรณภูมิคาดว่าจะมีเที่ยวบินประมาณ 7,310 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารประมาณ 1.35 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 193,400 คนต่อวัน รองลงมา คือ สนามบินดอนเมืองคาดว่ามีเที่ยวบินประมาณ 5,530 เที่ยวบิน และมีผู้โดยสารประมาณ 911,500 คน หรือเฉลี่ยประมาณ 130,200 คนต่อวัน.