
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปีนี้สายการบินหลายสาย ที่ทำการบินในประเทศไทย อาทิ ไทยไลอ้อนแอร์, การบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย, แอร์เอเชียเอ็กซ์และนกสกู๊ต มีแผนที่จะนำเข้าเครื่องบินใหม่ จำนวนรวม 30 ลำ มาให้บริการในเส้นทางที่เปิดเพิ่มและทดแทนเครื่องบินเก่าที่ปลดระวาง ซี่งจะส่งผลให้ความต้องการนักบินที่ 1 หรือกัปตันในตลาดปีนี้ จะเพิ่มขึ้นทันทีอีก 240 คน เนื่องจากเครื่องบิน 1 ลำ ต้องใช้นักบินประจำเครื่องลำละ 8 คน ปีนี้จึงน่าจะเป็นปีที่เกิดภาวะแข่งขันแย่งซื้อตัวนักบินอย่างรุนแรง ขณะที่ปัจจุบันกัปตันมีปัญหาขาดแคลนอยู่แล้ว ส่วนนักบินที่ 2 หรือผู้ช่วยนักบินนั้น ไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากพบว่าปัจจุบันมีผู้ช่วยนักบินที่ตกงานมากกว่า 300 คน เนื่องจากตลาดผลิตผู้ช่วยนักบินออกมามากกว่าความต้องการของตลาด “ปัจจุบันไทยมีกัปตันในระบบประมาณ 2,000 คน ทุกคนมีงานทำทั้งหมด แต่เมื่อหลายสายการบินจะนำเข้าเครื่องบินมาเพิ่ม จะเกิดปัญหาขาดแคลนทันที 240 คน จึงเชื่อว่าปีนี้จะมีการแย่งซื้อตัวกัปตันแน่นอน เพราะหลายสายการบินไม่มีแผนผลิตกัปตันเอง จึงใช้วิธีเข้าไปแย่งซื้อในตลาด โดยเสนอเงินเดือนสูงๆ ซึ่งจากการสำรวจตลาดปัจจุบันพบว่า สายการบินต้นทุนต่ำอย่าง ไทยไลอ้อนแอร์และไทยแอร์เอเชีย เสนอเงินเดือนให้กัปตันสูงถึงเดือนละ 350,000-400,000 บาท ขณะที่การบินไทยให้ไม่ถึง 300,000 บาท”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา กัปตันของการบินไทยได้ลาออกไปทำงานสายการบินอื่นทั้งสิ้น 375 คน และคาดว่าภายในปีนี้จะทยอยลาออกเพิ่มเติมอีกอย่างต่ำ 17 คน อย่างไรก็ตาม พบว่าปัจจุบัน การบินไทยมีกัปตันอยู่ในสังกัดรวม 650 คน มีนักบินผู้ช่วยอีก 650 คน และจากการสำรวจตลาดยังพบว่ากัปตันของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส มีแผนที่จะลาออกประมาณ 40 คนด้วย.