
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการมอบนโยบายการทำงานให้กับนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสำคัญมาก เป็นร่มใบใหญ่ และเป็นตัวที่จะทำให้อุตสาหกรรมต่างๆตามมา รายได้ของท่องเที่ยวในปัจจุบันคิดเป็น 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ นับว่าไม่น้อยเลย จึงอยากให้ทุกหน่วยงานและภาคเอกชนมาช่วยกัน ทำให้รายได้เหล่านี้ได้ลงไปถึงชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของรายได้ เอาความก้าวหน้าของการท่องเที่ยวลงไปสู่เมืองรอง นักท่องเที่ยวต่างชาติ 34 ล้านคนมีอำนาจซื้อเพียงพอที่จะทำให้เกิดการเผื่อแผ่ไปสู่ชนบทได้
“ผมให้เวลานายพงศ์ภาณุ เศวตรุณ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) 3-6 เดือนผลักดันการท่องเที่ยวชุมชน ถ้าไม่ได้ผลเจอปัญหาแน่นอนจะต้องช่วยกันทำงานให้เป็นเนื้อเดียวกัน โดย 2 เดือนนับจากนี้ให้คัดออกมาเลยว่าจังหวัดหรือหมู่บ้านใดที่มีความพร้อม เบื้องต้นทาง ททท. รายงานว่ามี 155 แห่งทั่วประเทศ และกรมบัญชีกลางได้ช่วยปลดล็อกระเบียบที่เอาเงินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปใช้เรื่องท่องเที่ยวได้แล้ว และอีก 4 เดือนจะมีเงินสะสมของ อปท. 100,000 ล้านบาทลงสู่พื้นที่ ขอให้รับไปประสานว่าจะนำมาพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน”
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้ช่วยลดภาษีป้ายให้กับผู้ประกอบการร้านค้า หรือห้องแถวชุมชนตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศ ที่เปิดห้องน้ำให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือน เพราะในจังหวัดเล็กๆยังคงขาดแคลนห้องน้ำที่ดี มีคุณภาพ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ภาครัฐต้องเสียเงินลงทุนไปสร้างห้องน้ำสาธารณะใหม่ ก็อยากจะขอความร่วมมือกับบรรดาร้านค้าต่างๆมาช่วยกันเปิดให้บริการ แล้วภาครัฐจะมีสิ่งตอบแทนให้ ซึ่งอาจจะให้เข้าเฉพาะผู้หญิงหรือเก็บเงินก็ไม่ว่ากัน.