
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) แบบเสรี จากเดิมจะเปิดรับซื้อไฟฟ้าส่วนที่เกินจากที่ผลิตใช้เอง จำนวน 300 เมกะวัตต์ในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้เนื่องจากต้องพิจารณาความเหมาะสมปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าที่กำหนดไว้ 300 เมกะวัตต์นั้น มีเหตุผลที่เหมาะสมหรือไม่อย่างไร และหากเป็นแบบเสรี เหตุใดต้องจำกัดโควตาการรับซื้อ “ทราบว่าเดิมได้ศึกษาการรับซื้อไฟฟ้าส่วนที่เหลือใช้ 300 เมกะวัตต์ ก็ต้องมาดูว่า 300 เมกะวัตต์เหมาะสมหรือไม่ เพราะถ้าเสรีแต่รับซื้อจำกัดอาจจะไม่ใช่คำตอบ”
นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า โครงการโซลาร์ รูฟท็อปเสรีนั้นคงจะต้องขอความชัดเจนนโยบายจาก รมว.พลังงานคนปัจจุบันก่อนว่าจะมีนโยบายอย่างไร ส่วนกรณีที่เอกชนระบุว่าแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกฉบับปรับปรุงใหม่นั้น จะรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปราว 10,000 เมกะวัตต์ จากเดิม 6,000 เมกะวัตต์ในสิ้นปี 2579 นั้น เป็นเรื่องที่ประเมินกันเอง เนื่องจากต้องรอการทบทวนพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะมีผลต่อแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี 2015) ใหม่ด้วย
นายสุวิทย์ ธรณินทร์พานิช เลขาธิการกลุ่มพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากเป็นไปได้ต้องการให้ รมว.พลังงานคนใหม่เรียกภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือแนวทางการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อให้ปฏิบัติไปในทางเดียวกันโดยเฉพาะโซลาร์รูฟท็อปเสรี ซึ่งเอกชนเห็นว่าควรเสรีอย่างแท้จริง โดยไม่จำกัดปริมาณซื้อไฟเข้าระบบส่วนที่เหลือใช้เนื่องจากเทคโนโลยีมาเร็วมาก เชื่อว่าใน 10 ปีข้างหน้าระบบแบตเตอรี่สำรองราคาจะถูกลงจนทำให้การผลิตไฟมีความมั่นคงมากขึ้น.