
(ภาพประกอบ)
กฟผ.ชักแม่น้ำทั้งห้า ชี้แจงภาพรวมของระบบไฟฟ้าภาคใต้ในปัจจุบัน ยังอยู่บนความเสี่ยง จำเป็นต้องสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าหลัก ที่เดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง และประชาชนมีค่าไฟฟ้าถูกในระยะยาว
นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ภาคใต้มีกำลังผลิตสำรองต่ำกว่ามาตรฐาน ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ทำให้จะต้องมีการเพิ่มกำลังผลิตแบบเสถียร จากโรงไฟฟ้าหลักเพื่อดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาพรวม ขณะที่ พลังงานหมุนเวียน แม้มีการลงทุนในพื้นที่ เพราะมีส่วนช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังมีปัญหาเรื่องความไม่มั่นคง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ มีข้อจำกัดไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงกลางคืน พลังงานชีวมวล สามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตทางการเกษตรและราคาของผลผลิตเป็นหลัก
ทำให้ในขณะนี้ กฟผ.ยังจะต้องส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในภาคกลาง ไปยังภาคใต้ ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ไฟฟ้าของในภาคใต้ทั้งภาค ก็มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเป็นจังหวัดหัวเมืองหลักๆที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆของประเทศไทย ทั้งในจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต พังงา สงขลา ซึ่งการมีโรงไฟฟ้าหลักๆในพื้นที่จะช่วยลดการส่งไฟฟ้าจากนอกพื้นที่เข้าไปให้ ยังช่วยให้ลดต้นทุนกาผลิตไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง และทำให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนไม่ผันผวนมากนัก
ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องมีกำลังผลิตสำรองจากโรงไฟฟ้าพลังงานหลัก เพื่อเสริมการจ่ายไฟฟ้า (Backup) ให้ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงและการจะทำให้พลังงานหมุนเวียนมีความมั่นคง สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ควบคุมและสั่งการได้เทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าหลักนั้น จำเป็นจะต้องมีการลงทุน ติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมด้วยวิธีการต่างๆ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าหลัก ภายใต้เทคโนโลยีปัจจุบันจึงยังไม่สามารถใช้ทดแทนพลังงานหลักได้
นายสหรัฐ กล่าวว่า การเลือกใช้พลังงานหมุนเวียนแต่ละประเภท จะต้องสอดคล้องกับลักษณะการใช้ไฟฟ้าด้วย เช่น ภาคใต้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีความต้องการไฟฟ้าสูงในช่วงกลางคืน การส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ปริมาณมากๆ ช่วยเสริมกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงกลางวัน โรงไฟฟ้าพลังงานหลักที่ผลิตได้กลางวันและกลางคืน 24 ชั่วโมงจึงยังจำเป็นควบคู่กันในสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ระบบไฟฟ้ามั่นคง ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สำหรับนโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้ กฟผ.ได้มีการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมาตลอด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีการเปิดรับซื้อ 730 เมกะวัตต์ ล่าสุดได้เปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอีก 100 เมกะวัตต์
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (พีดีพี-2015) คาดว่าจะสรุปได้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ที่จังหวัดกระบี่ และโรงไฟฟ้า เทพา ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งภาคใต้มีความจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าใหม่เพื่อรองรับความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างมากทำให้ต้องใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น แต่ประเภทเชื้อเพลิง จะเป็นชนิดใดต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง.