จ่อปรับมาตรการช่วยก๊าซหุงต้ม หาบเร่-แผงลอย-ร้านอาหารลดราคาแลกสิทธิ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จ่อปรับมาตรการช่วยก๊าซหุงต้ม หาบเร่-แผงลอย-ร้านอาหารลดราคาแลกสิทธิ

Date Time: 30 ส.ค. 2560 07:43 น.

Summary

“พลังงาน” จ่อปรับมาตรการลดค่าก๊าซหุงต้มให้หาบเร่ แผงลอยใหม่ ให้ถึงประชาชน จริงๆ ระบุ หากได้รับส่วนลดจากรัฐ ควรลดราคาอาหารเป็นพิเศษให้คนกินด้วย เล็งขยายแนวคิดไปร้านใหญ่ ภัตตาคาร

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

“พลังงาน” จ่อปรับมาตรการลดค่าก๊าซหุงต้มให้หาบเร่ แผงลอยใหม่ ให้ถึงประชาชน จริงๆ ระบุ หากได้รับส่วนลดจากรัฐ ควรลดราคาอาหารเป็นพิเศษให้คนกินด้วย เล็งขยายแนวคิดไปร้านใหญ่ ภัตตาคาร ขณะที่ กกพ.จ่อหารือรับมือ คนไทยอาจจะต้องเสียค่าไฟแพง หลังเอกชนแห่ทำพลังงานใช้เอง

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการช่วยเหลือช่วยเหลือร้านค้า หาบเร่ แผงลอยให้ใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในราคาต่ำ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) กว่าราคาตลาดจำนวน 380,000 ราย หลังจากรัฐบาลได้โยกกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ได้ใช้แอลพีจีราคาถูก จำนวน 7 ล้านคนไปอยู่ในบัตรสวัสดิการคนจน ว่า ในขณะนี้อยู่ในระหว่าง พิจารณามาตรการช่วยเหลือกลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ดังกล่าวเพื่อดำเนินการปรับปรุงในรายละเอียด เพื่อที่จะทำให้ประโยชน์ตกไปสู่ประชาชนจริงๆ

“เพราะที่ผ่านมาจำนวนผู้ประกอบการมีการใช้สิทธิจริงเพียง 120,000 ราย และจากการตรวจสอบราคาอาหารก็ไม่มีการลดราคาลงตามต้นทุนที่รัฐบาลดูแลให้ ดังนั้น เมื่อในอนาคตรัฐบาลจะยังมีมาตรการช่วยเหลือร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอยู่เช่นเดิมก็จะมีการปรับรูปแบบใหม่เพื่อให้ประโยชน์ลงไปสู่ประชาชนผู้ซื้ออาหารได้จริง โดยขณะนี้มีแนวคิดหลายรูปแบบ เช่น การเพิ่มรายการสินค้าที่ประชาชนจะได้รับส่วนลด ขณะที่ร้านค้าเองอาจต้องมีสัญลักษณ์เพื่อบ่งชี้ว่าได้รับส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มจากรัฐบาล นอกจากนั้นประเภทร้านค้าคงไม่จำกัดแค่ร้านค้าขนาดเล็ก แต่อาจจะให้สิทธิร้านขนาดใหญ่ ภัตตาคาร สวนอาหาร เพื่อให้ร้านค้าทำส่วนลดราคาอาหาร ทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์ผู้บริโภค”

นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ช่วงที่ผ่านมา ธพ. ได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยร่วมกัน เพราะปัจจุบันมาตรการค่อนข้างมีความซ้ำซ้อน กระทรวงพลังงานมีส่วนลดแอลพีจี กระทรวงพาณิชย์มีงานธงฟ้าขายสินค้าราคาถูก โดย 2 มาตรการนี้อาจจะยุบรวม โดยเน้นสินค้าส่วนลดกลุ่มเกษตรเพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์มากที่สุด ส่วนแอลพีจีบางส่วนที่มีการนำเข้าคนไทยไม่ได้ประโยชน์ โดยมาตรการใหม่นี้จะได้ข้อสรุปสิ้นปี

“มาตรการส่วนนี้ยังมีเวลาจัดทำ โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ และประกาศใช้พร้อมกับมาตรการบัตรสวัสดิการคนจน เพราะกรณีนี้บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) รับภาระอยู่ และจากการหารือกับ ปตท. หากมาตรการไม่เสร็จข้ามไปถึงปี 2561 ปตท.ก็สามารถรับภาระได้ เพราะต้นทุนไม่มาก เนื่องจากกลุ่มครัวเรือนถูกโยกไปอยู่บัตรสวัสดิการคนจนแล้ว ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูรายละเอียดของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนน้ำมัน ว่าจะสามารถนำเงินกองทุนฯ มาอุดหนุนแทน เพื่อทดแทน ปตท.ได้หรือไม่”

สำหรับสถานการณ์ราคาแอลพีจีตลาดโลก คาดว่าเดือน ก.ย.ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นจากเดือน ส.ค.เนื่องจากได้รับปัจจัยจากภัยธรรมชาติ อาทิ พายุที่พัดเข้าประเทศต่างๆ จนกระทบต่อการผลิตปิโตรเลียมของโลก จากปกติที่ช่วงนี้ราคาแอลพีจีจะมีราคาถูก จึงคาดว่าวันที่ 6 ก.ย.ที่จะประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะรับทราบต้นทุนขายปลีกที่สูงขึ้นเป็น 20.49 บาทต่อ กก.ขึ้นอยู่กับ กบง.ว่าจะปรับขึ้นราคาตาม หรือใช้เงินกองทุนน้ำมันบัญชีแอลพีจีมาดูแลส่วนหนึ่ง หรือจะใช้เงินกองทุนน้ำมันบัญชีแอลพีจีเข้าไปดูแลราคาทั้งหมด

ขณะเดียวกัน นายวีรพล จิระประดิษฐกุล โฆษกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ทาง กกพ.เตรียมเรียกทุกฝ่ายมาร่วมหารือว่าจะมีมาตรการรับมือทิศทางการผลิตไฟฟ้าประเภทพึ่งพาตนเองที่เริ่มมีมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) และติดตั้งบนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) เนื่องจากขณะนี้ภาคเอกชนเริ่มพึ่งพาระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้นที่อาจกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าในระบบผลิตและจำหน่ายของ 3 การไฟฟ้าคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่จะลดลงในระยะยาว ซึ่งอาจจะกระทบต่อประชาชนในอนาคต

“ผู้ที่ติดตั้งระบบโซลาร์ชนิดต่างๆ ในปัจจุบันส่วนใหญ่ เป็นผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ เพราะค่าไฟฟ้าถูกกว่าระบบที่ผลิตของ กฟผ. 10% ขึ้นไป แต่ผลกระทบที่ตามมา คือ การใช้ไฟฟ้าจากระบบปกติของประชาชนและโรงงานอุตสาหกรรมจะลดน้อยลง ดังนั้น ตัวหารเฉลี่ยการคำนวณค่าไฟฟ้าจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งผลที่กระทบตาม คือ ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่ประชาชนต้องแบกรับภาระรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น”

นายวีรพล กล่าวต่อว่า เทรนด์ของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตไฟฟ้าบวกกับต้นทุนการผลิต ไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ที่ทยอยถูกลง ภาคเอกชนก็ปรับตัวลดต้นทุน จากการใช้ต้นทุนที่ถูกกว่าการพึ่งพาระบบผลิตไฟฟ้าของภาครัฐ ในช่วงเวลา กลางวัน ซึ่งเป็นเรื่องทางธุรกิจ แต่ต้องยอมรับว่ามีผลต่อการวางแผนผลิตไฟฟ้าทั้งด้านความมั่นคงและค่าไฟฟ้าที่ประชาชนอาจต้องจ่ายเพิ่มขึ้น กกพ. ก็ต้องการฟังความเห็นและวางแผนร่วมกันให้เกิดผลดีต่อทุกฝ่าย.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ