
พนักงานบริการในห้องอาหารของเฟซบุ๊ก ซึ่งมีมากกว่า 500 คน กำลังเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าตอบแทน ให้พอจะทัดเทียมกับรายได้ของพนักงานประจำ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิต ท่ามกลางค่าครองชีพที่แพงหูฉี่ในซิลิคอนวัลเล่ย์
พนักงานบริการในห้องอาหารของเฟซบุ๊ก ซึ่งมีอยู่มากกว่า 500 คน กำลังเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าตอบแทนของพวกเขา ให้พอจะทัดเทียมกับพนักงานประจำของเฟซบุ๊ก ซึ่งแม้เป็นแค่เด็กฝึกงาน ยังมีรายได้สูงชั่วโมงละ 50 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,650 บาท (คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน 33 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ)
ทั้งนี้ ปัจจุบันพนักงานบริการในห้องอาหารของเฟซบุ๊ก มีรายได้อยู่ที่ประมาณชั่วโมงละ 20 เหรียญฯ (660 บาท) หรือราวปีละ 41,600 เหรียญฯ (1.37 ล้านบาท) เปรียบเทียบกับพนักงานประจำของเฟซบุ๊กที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 110,000 เหรียญฯ (3.6 ล้านบาท) หรือเด็กฝึกงาน ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ที่เฟซบุ๊กจ่ายเงินจ้างอยู่ที่ประมาณเดือนละ 8,000 เหรียญฯ (264,000 บาท) คิดเป็นค่าแรงราวชั่วโมงละ 50 เหรียญฯ
อย่างไรก็ตาม พนักงานในส่วนงานบริการในห้องอาหารนั้น ไม่ใช่พนักงานประจำ แต่เป็นพนักงานเอาต์ซอร์สในนามบริษัท Flag ship Facility Services ซึ่งนอกจากไม่ได้รับค่าจ้างในมาตรฐานใกล้เคียงพนักงานประจำแล้ว ยังไม่ได้สิทธิพิเศษอื่นๆ ทั้งการใช้ห้องออกกำลังกาย สิทธิรักษาพยาบาล หรือสิทธิการนำบุตรมาเลี้ยงที่ออฟฟิศ อย่างเช่นที่พนักงานประจำของเฟซบุ๊กได้
เหตุผลการขอปรับขึ้นค่าตอบแทนนั้น มาจากค่าครองชีพที่สูงลิบลิ่วในซิลิคอนวัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเฟซบุ๊ก ทำให้พวกเขาชักหน้าไม่ถึงหลัง โดยพวกเขายังกำลังพยายามที่จะจัดตั้งสหภาพแรงงาน เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองด้วย
ด้านโฆษกของเฟซบุ๊กระบุ พนักงานที่ทำงานให้เฟซบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็นใคร ภายใต้บริษัทเอาต์ซอร์สใด จะได้รับการดูแลและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม โดยไม่จำเป็นต้องต่อรองภายใต้สหภาพ
ทั้งนี้ เฟซบุ๊กรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 แกร่งกว่าประมาณการ ด้วยรายได้ 9,320 ล้านเหรียญฯ ผู้ใช้ต่อเดือน 2,000 ล้านคน รวมทั้งมีเป้าหมายที่จะลดค่าใช้จ่ายทั้งปีลง โดยปัจจุบันเฟซบุ๊กมีพนักงานทั้งสิ้น 20,658 คน เพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน.