
กูราเซาปฏิรูปอุตสาหกรรมพนันออนไลน์โดยยกเลิกตัวกลางเอกชน และจัดตั้ง Curaçao Gaming Authority เพื่อกำกับดูแลและจัดเก็บรายได้เข้าสู่ภาครัฐโดยตรง
กูราเซา ชื่อของประเทศเกาะขนาดเล็กในทะเลแคริบเบียนตอนใต้ กลายมาเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงกันหนาหู หลังมีเรื่องราวว่า ไทหยาง ซาง สามีของ สส. ไอเดียร์ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เป็นนักลงทุนของแพลตฟอร์มหนึ่งที่จดทะเบียนอยู่ในประเทศนี้ เลยทำให้โลกออนไลน์ขุดข้อมูลออกมามากมายและพบว่า ประเทศนี้มีโมเดลหารายได้จากการเป็นศูนย์กลางการออกใบอนุญาตพนันออนไลน์ระดับโลก
จากข้อมูลนี้ จะเห็นว่าประเทศเล็ก รัฐขนาดจิ๋ว หรือประเทศเกาะที่กำลังพัฒนา คืออีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ด้วยจำนวนผู้บริโภคที่มีไม่มาก การขาดแคลนพื้นที่เพาะปลูก ไม่มีฐานสำหรับตั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ไปจนถึงไม่มีทรัพยากรเพียงพอ ทำให้ไม่สามารถพึ่งพาระบบการคลังแบบดั้งเดิมที่อาศัยการจัดเก็บภาษีรายได้และภาษีการบริโภคจากฐานเศรษฐกิจภายในประเทศในวงกว้างไม่ได้
จึงเป็นที่มาให้ประเทศเหล่านี้ต้องออกแบบโมเดลใหม่ขึ้นมา เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ โดยนำจุดแข็งที่ตัวเองมีภายในประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และแปลงเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศ
บทความนี้ Thairath Money จึงขอรวบรวมข้อมูลของประเทศต่าง ๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะทาง นั้นมีประเทศอะไรบ้างที่สามารถเปลี่ยนข้อจำกัดของตัวเองให้เป็นโมเดลสร้างรายได้แบบใหม่ ๆ ได้
กูราเซา (Curaçao) หรือบางครั้งออกเสียงได้ว่า คูราเซา เป็นประเทศปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ แม้ในประเทศจะมีทรัพยากรธรรมชาติ มีแหล่งที่กลายเป็นหมุดหมายด้านการท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่ง แต่อุตสาหกรรมหลักกลับเป็นเรื่องการกลั่นน้ำมันดิบจากที่รับมาเวเนซุเอลา
กูราเซาถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการกำกับดูแลธุรกิจการพนันออนไลน์นอกอาณาเขต ผ่านกฎหมาย National Ordinance on Offshore Games of Chance (NOOGH) มาตั้งแต่ปี 1993 โดยก่อนหน้านี้ ระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปี ประเทศนี้ยกสัมปทาน มอบใบอนุญาต Master License ให้กับบริษัทเอกชน 4 ราย
โดยทั้ง 4 รายนี้จะสามารถออกใบอนุญาตย่อย หรือแบบ Sub-license ให้กับบริษัทคาสิโนออนไลน์ พนันออนไลน์ ตลอดจนผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ออนไลน์จากทั่วโลกได้ นั่นเท่ากับว่า เงินทุนที่ไหลเข้าประเทศจากผู้ขอใบอนุญาตย่อย จะเข้ากระเป๋าบริษัทเอกชน 4 รายใหญ่นั้นเป็นส่วนใหญ่
ในทางกลับกันรัฐบาลกูราเซา ทำได้แค่เพียงเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนของบริษัทและมีรายได้ทางอ้อมเพียงน้อยนิด แถมกระบวนการแบบนี้ยังทำให้ประเทศถูกตั้งคำถามว่าเปิดทางให้เอกชนเข้ามาฟอกเงิน และทำให้ความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินต่างประเทศเริ่มสั่นคลอน
ต่อมาทางเนเธอร์แลนด์ได้เข้ามาเจรจาและทำข้อตกลง จึงได้ยกเลิกโมเดลเปิดทาง 4 บริษัทเอกชนนั้นลง และได้ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมพนันออนไลน์ใหม่ทั้งหมด โดยในปี 2024 รัฐสภาได้ผ่านกฎหมาย Landsverordening op de Kansspelen (LOK) ทำให้ใบอนุญาตของ 4 บริษัทใหญ่และใบอนุญาตย่อยถูกยกเลิกจนหมด
อำนาจตามกฎหมายจึงถูกโอนมาอยู่ภายใต้ Curaçao Gaming Authority (CGA) ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่และกลายเป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจออกใบอนุญาตการพนันโดยตรงในนามของรัฐ และแม้ว่ากูราเซายังคงใช้อัตราภาษี Gross Gaming Revenue (GGR) ที่แข่งขันได้ในระดับ 0% แต่รัฐบาลได้เพิ่มค่าธรรมเนียมการบริหารที่จ่ายโดยตรงให้ภาครัฐ
ผู้ประกอบการรายใหม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมยื่นใบสมัคร 4,592 ยูโร และค่าธรรมเนียมผู้ประกอบการ B2C รายปี ปีละ 47,450 ยูโร โดยแบ่งเป็น 24,490 ยูโร เป็นค่าธรรมเนียมสัมปทานส่งเข้าคลังของรัฐบาล และ 22,960 ยูโร เป็นค่าธรรมเนียมกำกับดูแลเพื่อใช้เป็นงบประมาณของ CGA ส่วนผู้ให้บริการซอฟต์แวร์แบบ B2B ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตามกฎหมายในอัตราคงที่ 24,490 ยูโรต่อปี
เพื่อเปลี่ยนธุรกิจจากการเป็นเพียง “บริษัทจดทะเบียนเสมือน” หรือ Virtual Letterbox Registry ให้กลายเป็นคลัสเตอร์เศรษฐกิจที่มีธุรกิจจริงอยู่ในประเทศ กฎหมาย LOK จึงกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องมีการดำเนินธุรกิจภายในประเทศ
ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนบริษัทในกูราเซา ต้องมีกรรมการที่เป็นผู้พำนักในประเทศอย่างน้อย 1 คน ต้องมีการตั้งเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคไว้บนเกาะ และต้องมีการจ้างเจ้าหน้าที่ด้าน Compliance ที่ได้รับการรับรอง หรือ Key Persons ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
การยกเลิกตัวกลางเอกชนในการออกใบอนุญาตทำให้รัฐบาลเปลี่ยนสัมปทานที่เคยถูก Outsource ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางการคลังที่รัฐสามารถเก็บรายได้โดยตรง พร้อมทั้งสร้างการจ้างงานและความต้องการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ภายในประเทศเพิ่มขึ้นได้
แองกวิลลา (Anguilla) เป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักรในแถบแคริบเบียนตะวันออก มีประชากรราว 15,000 คน โดยตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของพื้นที่แห่งนี้นั้นคือการพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งในอดีตประเทศนี้มีความเปราะบางเพราะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องสภาพอากาศรุนแรง
อย่างที่ทราบกันดีว่า แต่ละประเทศมักจะมีโดเมนรหัสประเทศ เพื่อแสดงถึงถิ่นที่อยู่หรือกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์นั้น ๆ อย่างในประเทศไทยก็จะมี .th หรือในสหรัฐอเมริกาจะมี .us เป็นต้น และด้วยตัวย่อของประเทศแองกวิลลาเป็น ai ในปี 1995 ประเทศนี้ก็ได้รับโดเมนรหัสประเทศเป็น .ai มานับตั้งแต่ตอนนั้น
ตลอดเกือบ 3 ทศวรรษ โดเมนดังกล่าวสร้างรายได้ให้ภาครัฐได้ไม่สูงนัก โดยมีรายได้ราว 2.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2018 หรือประมาณ 4% ของงบประมาณประเทศ และเพิ่มเป็น 7.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 หรือประมาณ 6% ของงบประมาณประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 มีเหตุการณ์การเปิดตัวของ ChatGPT เข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจของสินทรัพย์ดังกล่าวเปลี่ยนไปอย่างมาก หลังเกิดกระแสเงินทุนจาก Venture Capital ไหลเข้าสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
เนื่องจากตัวอักษร “ai” กลายเป็นคำย่อที่ทั่วโลกใช้แทนคำว่า Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์ บริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกจึงต้องการชื่อโดเมน .ai มากขึ้น โดยพบว่า จำนวนโดเมน .ai ที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้นจากประมาณ 144,000 ชื่อในช่วงปลายปี 2022 เป็น 354,000 ชื่อในปี 2023 ก่อนทะลุ 1 ล้านชื่อในช่วงปลายปี 2025 และเพิ่มขึ้นเกิน 1.4 ล้านชื่อในปี 2026
โมเดลทางการเงินของทะเบียนโดเมนนี้อาศัยทั้งการจ่ายค่าจดทะเบียนล่วงหน้าหลายปีและการต่ออายุซ้ำ โดยรัฐบาลแองกวิลลากำหนดให้การขายโดเมนเป็นสัญญาจดทะเบียนครั้งละ 2 ปี และกำหนดราคาขายพื้นฐานไว้ที่ 140 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปรับขึ้นเป็น 160 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคม 2026
เนื่องจากโดเมน .ai มีอัตราการต่ออายุในกลุ่มลูกค้าองค์กรประมาณ 90% รายได้จากโดเมนจึงมีลักษณะคล้าย “รายได้แบบสมัครสมาชิก” ที่เกิดขึ้นซ้ำ มากกว่าจะเป็นรายได้จากการขายครั้งเดียว
รายรับของภาครัฐเพิ่มขึ้นจาก 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 เป็น 39 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 85.3-93 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 47% ของรายได้ภาครัฐทั้งหมด
โดยข้อมูลจากธนาคารกลาง Eastern Caribbean Central Bank (ECCB) ระบุว่า รายได้จากโดเมน .ai แตะระดับ 232.2 ล้านดอลลาร์แคริบเบียนตะวันออกในปี 2025 หรือคิดเป็น 16.5% ของ GDP ส่งผลให้รัฐบาลมีดุลการคลังเกินดุล 171 ล้านดอลลาร์แคริบเบียนตะวันออก หรือ 12.1% ของ GDP และช่วยเพิ่มระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ
เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เคยเกิดขึ้นในช่วงพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาในปี 2017 รัฐบาลแองกวิลลาจึงย้ายการดำเนินงานระบบหลังบ้านไปให้ Identity Digital บริษัทผู้ให้บริการทะเบียนโดเมนจากสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช่วยสร้างเสถียรภาพให้ระบบ DNS ทั่วโลก ผ่านโมเดลแบ่งรายได้ โดยรัฐบาลแองกวิลลายังคงได้รับรายได้ประมาณ 90% ของรายได้ขั้นต้น
ตูวาลู (Tuvalu) เป็นประเทศหมู่เกาะปะการังในโปลินีเซียที่ตั้งอยู่ห่างไกล มีประชากรราว 11,000 คน ในด้านเศรษฐกิจประเทศนี้ต้องเผชิญทั้งปัญหาการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสูง
เศรษฐกิจภายในประเทศพึ่งพารายได้จากการให้ใบอนุญาตประมงในมหาสมุทร ซึ่งจำหน่ายภายใต้ข้อตกลงและรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศแบบทวิภาคี พร้อมกับรับผลตอบแทนจากกองทุน Tuvalu Trust Fund (TTF)
ขณะเดียวกัน ตูวาลูก็สร้างรายได้จากโดเมนรหัสประเทศอย่าง .tv คล้ายคลึงกับแองกวิลลา โดยใช้ประโยชน์จากตัวอักษรย่อ “tv” ที่มาจากคำว่า Television ที่มักจะถูกนำไปใช้อุตสาหกรรมวิดีโอและสตรีมมิง
ภายใต้ข้อตกลงที่จัดทำขึ้นในปี 2001 และต่ออายุมาจนถึงปี 2021 ตูวาลูได้ยกสัมปทานให้บริษัท Verisign ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตจากสหรัฐฯ เข้ามาเป็นผู้บริหารจัดการโดเมน .tv
โดย Verisign จ่ายค่าลิขสิทธิ์แบบคงที่ให้รัฐบาลตูวาลูประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี รายได้ที่รับประกันนี้คิดเป็นประมาณ 8-10% ของรายได้ภาครัฐทั้งหมด และถูกนำไปใช้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมถึงค่าธรรมเนียมที่ตูวาลูต้องจ่ายเพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงแบบค่าธรรมเนียมคงที่ดังกล่าวทำให้ตูวาลูสูญเสียโอกาสในการรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามตลาด เพราะในช่วงที่แพลตฟอร์มวิดีโออย่าง Twitch.tv เติบโตอย่างรวดเร็ว Verisign เป็นฝ่ายได้รับประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ตูวาลูยังได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดิมที่ไม่ได้ปรับตามการเติบโตของตลาด
เมื่อสัญญาหมดอายุในช่วงปลายปี 2021 ทาง Verisign ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประมูลใหม่ แม้ว่าธุรกิจนี้จะสร้างรายได้จากธุรกิจทะเบียนโดเมนประมาณ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม โดยเลือกที่จะให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานหลัก .com แทน
ตูวาลูจึงมอบสัมปทานให้ GoDaddy ภายใต้สัญญารูปแบบใหม่ที่มีค่าตอบแทนแบบผันแปร โดยผูกกับปริมาณธุรกรรมและการขายชื่อโดเมน และภายใต้การบริหารของ GoDaddy รายได้จากสัญญาทางการค้าเพิ่มขึ้นจาก 10.9 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในงบประมาณปี 2024 ถึง 2025 เป็นประมาณ 12.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปีงบประมาณ 2025 ถึง 2026
รายได้ดังกล่าวถูกส่งเข้าสู่ Consolidated Investment Fund (CIF) เพื่อใช้ช่วยลดความผันผวนของงบประมาณจากรายได้ประมง และนำไปใช้สนับสนุนโครงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ
หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (British Virgin Islands หรือ BVI) พัฒนาโมเดลเศรษฐกิจนอกชายฝั่ง เป็นศูนย์กลางการออกและดูแลใบอนุญาตนิติบุคคลให้กับบริษัทเอกชนทั่วโลก ผ่านการใช้ระบบกฎหมาย Common Law ของอังกฤษ โดยจะไม่มีการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ และภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากรายได้ทางธุรกิจในต่างประเทศ
แต่แทนที่จะพึ่งพาระบบภาษีภายในประเทศ BVI กลับทำหน้าที่เป็น “ด่านเก็บค่าผ่านทางสำหรับการจัดตั้งบริษัท” โดยอาศัยค่าธรรมเนียมตามกฎหมายสำหรับการจดทะเบียนและดูแลสถานะบริษัท ซึ่งจัดเก็บผ่าน Registry of Corporate Affairs ภายใต้ BVI Financial Services Commission
กลไกทางธุรกิจอาศัย BVI Business Companies Act ซึ่งเปิดทางให้บริษัทระดับโลก กองทุน Private Equity และธุรกิจข้ามพรมแดนสามารถจัดตั้งบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ หรือ Special Purpose Vehicles (SPVs) ได้
โครงสร้างค่าธรรมเนียมตามกฎหมายแบ่งตามจำนวนหุ้นที่บริษัทได้รับอนุญาตให้ออก หากบริษัทสามารถออกหุ้นได้ไม่เกิน 50,000 หุ้น จะจ่ายค่าธรรมเนียมรัฐบาลรายปี 550 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนบริษัทที่มีฐานทุนสูงกว่านั้นจะจ่าย 1,350 ดอลลาร์ต่อปี และหากชำระล่าช้า จะถูกเรียกเก็บค่าปรับเพิ่มเติม 10% และ 50% ตามลำดับ ก่อนเข้าสู่กระบวนการถอดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนและยุบเลิกนิติบุคคล
ปัจจุบัน BVI มีบริษัทที่ยังดำเนินการอยู่ประมาณ 350,000-400,000 แห่ง ค่าธรรมเนียมด้านการบริหารจัดการบริษัทสร้างรายได้ประมาณ 210-222 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
โดยรายได้เพียงช่องทางเดียวนี้คิดเป็นประมาณ 55-65% ของรายได้รัฐบาลที่จัดเก็บเป็นประจำ ขณะที่ภาคบริการทางการเงิน ทรัสต์ และบริการด้านกฎหมายองค์กรโดยรวมมีสัดส่วนประมาณ 16% ของ GDP โดยตรง และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของคนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาค่าธรรมเนียมจากใบอนุญาตจัดตั้งบริษัททำให้ BVI มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะการนำแนวทาง OECD Base Erosion and Profit Shifting หรือ BEPS มาใช้ รวมถึง BVI Economic Substance Act และข้อกำหนดระหว่างประเทศเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลเจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัทล้วนทำให้ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนเพิ่มขึ้น และทำให้การจดทะเบียนบริษัทใหม่ชะลอตัวลง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบัญชีการคลังของประเทศ
ภูฏาน (Bhutan) ประเทศราชอาณาจักรขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียใต้ ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างประเทศอินเดียและจีน แม้จะเป็นประเทศที่มีพื้นที่ป่าไม้หนาแน่น สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และเน้นการดูแลธรรมชาติอย่างยั่งยืน แต่ประเทศนี้ได้เปลี่ยนการขุดคริปโตเคอร์เรนซีภายใต้การดำเนินงานของรัฐ ให้กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำคัญของเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ
โมเดลนี้จะดำเนินการผ่าน Druk Holding and Investments (DHI) หน่วยงานด้านการลงทุนและการพาณิชย์ของรัฐบาลภูฏาน ที่รัฐบาลได้จัดตั้งโรงงานขุดคริปโตฯ ที่เป็นของรัฐ ก่อนขยายโครงการผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตรต่างประเทศ เช่น Bitdeer Technologies
โดยภูฏานจะนำไฟฟ้าพลังน้ำจากเทือกเขาหิมาลัยที่เหลือจากการใช้งานมาสร้างมูลค่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมและช่วงที่น้ำแข็งบนภูเขาละลาย แม่น้ำภายในประเทศจะผลิตไฟฟ้าได้จำนวนมากจนเกิดไฟฟ้าส่วนเกินสูงกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าพื้นฐานภายในประเทศ รัฐบาลจึงนำพลังงานส่วนเกินดังกล่าวไปใช้กับศูนย์ข้อมูลสำหรับขุด Bitcoin
ผลที่เกิดขึ้นต่อการคลังของประเทศ คือ ภูฏานสามารถสะสมบิตคอยน์ไว้ได้มากกว่า 10,000-12,000 BTC โดยมูลค่าพอร์ตเคยเพิ่มขึ้นแตะประมาณ 750-1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงที่ตลาดคริปโตฯ อยู่ในระดับสูงสุด
สำหรับประเทศที่มี GDP ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การถือครองบิตคอยน์จำนวนเท่านั้น จึงเท่ากับว่าคิดเป็น 1 ใน 3 ไปจนถึงเกือบ 40% ของ GDP ประเทศเลยทีเดียว
โดยรัฐบาลภูฏานได้นำเงินที่ได้จากการขายบิตคอยน์เป็นระยะ ๆ ไปใช้ในหลายด้าน เช่น ปรับขึ้นค่าจ้างให้กับพนักงานภาครัฐ สนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศ
โมเดลลักษณะนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่นำไปใช้เพื่อเพิ่มเงินในคลัง ไม่ว่าจะเป็น เอลซัลวาดอร์ ที่นำพลังงานความร้อนใต้พิภพที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง มาใช้ในการขุดบิตคอยน์ เพื่อนำมาขายและเก็บในคลังของประเทศ หรือจะเป็นเอธิโอเปียและโอมานที่เปลี่ยนไฟฟ้าพลังน้ำส่วนเกินและพลังงานสีเขียวมาหนุนเหมืองขุดคริปโตฯ
ที่มา: BBC, CGA, Wise, ABC, Rest of World
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney