
ในวันที่โลกกังวลกับ “ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์” ทั้งสงครามในพื้นที่จริง และสงครามการค้าที่จ่อรุนแรงขึ้นทั้งสองด้าน อีกแรงกดดันหนึ่งที่อยากให้เริ่มคิดถึง คือ สงครามเทคโนโลยี ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่จะเป็นอีกปัจจัยสร้างแรงกดดันให้ประเทศที่เลือกอยู่ตรงกลาง ไม่เข้าข้างใคร มีต้นทุนที่สูงขึ้น
โดยสงครามในพื้นที่จริงนั้น หลังจากความสงบเกิดขึ้นระยะหนึ่ง วันนี้การสู้รบ และโจมตี ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซปิดตายอีกครั้ง ขณะที่ฝั่งสงครามการค้า หลังจากที่สหรัฐฯประกาศเก็บภาษีนำเข้าทุกประเทศทั่วโลก 10% เป็นเวลา 150 วัน ซึ่งจะสิ้นสุด 24 ก.ค.นี้ สหรัฐฯจะนำมาตรการภาษีใหม่ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งเป็นการเพิ่มภาษีเพื่อทำโทษประเทศที่ไม่ได้ทำตามเกณฑ์การค้าของสหรัฐฯมาใช้แทน
และไทยถูกกล่าวหาใน 2 คดี คือ คดีแรงงานบังคับ โดยกล่าวหาไทยไม่มีมาตรการป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ ซึ่งเบื้องต้นสหรัฐฯประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย และอีก 45 ประเทศในอัตรา 12.5% ส่วนอีก 14 ประเทศที่เชื่อฟังมากกว่าถูกเก็บ 10% ส่วนคดีที่ 2 กล่าวหาไทยว่ามีการลงทุนจากการสนับสนุนของภาครัฐมากเกินไป ทำให้มีกำลังการผลิตเหลือ ซึ่งคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการชี้แจง ยังไม่มีการกำหนดอัตราภาษีเพิ่ม
อาจจะดูเหมือน “หมาป่ากับลูกแกะ” แต่รู้กันว่า สหรัฐฯเลือกตัดสินอัตราภาษีจากความเป็น “เด็กดี” โดยเฉพาะข้อเสนอที่สหรัฐฯเคยเสนอมาในช่วงเจรจาการค้าภาษีตอบโต้ หากทำตามมาก ภาษีก็ต่ำ ทำตามน้อย ภาษีก็สูง
แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ หลายข้อที่เสนอมา หากเรายอมจะกระทบกับผู้ผลิต ผู้ค้าและเกษตรกรไทย มากกว่าผลประโยชน์ที่จะได้ รวมทั้งยังมีหลายข้อเสนอที่กดดันให้เราเลือกข้างใดข้างหนึ่งให้ชัดเจน ซึ่งในการเจรจาการค้า “ทีมไทยแลนด์” ต้องชั่งน้ำหนัก และหาคำตอบดีๆที่ได้ประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด
ส่วนสงครามเทคโนโลยี & AI ที่ว่าไว้นั้น จะเป็นอีกแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้ทุกประเทศ อาจต้องเลือกข้างในการทำธุรกิจ หรือเตรียมรับต้นทุนที่มากขึ้น เพราะการขยับขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยีโลกของจีน โดยเฉพาะการที่จีนสั่งห้ามใช้โซเชียลมีเดีย และเทคโนโลยีของสหรัฐฯในผลิตภัณฑ์จีน นักลงทุนต่างประเทศอยากจะติดต่อกับบริษัทใหญ่ๆ ในจีนผ่านข้อความ วีดิโอคอล การประชุมทางไกล ชำระค่าสินค้า จะต้องใช้แอปฯ หรือระบบปฏิบัติการจีนเท่านั้น
ยังไม่นับการเติบโตของแพลตฟอร์มออนไลน์ เทคโนโลยี ระบบการสื่อสาร และ AI ของจีนกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก แม้แต่ในสหรัฐฯ รวมทั้งคงต้องติดตามว่าเมื่อจีนพัฒนาระบบ 6 G สำเร็จ สหรัฐฯจะมีสิทธิได้ใช้หรือไม่ ทั้งหมดนี้เป็นการประกาศสงคราม และทำให้สหรัฐฯแบนเทคโนโลยีจีนเท่าที่จะทำได้ในทุกช่องทางเช่นกัน
โลกของการแบ่งขั้วเข้ามาแทนโลกไร้พรมแดน เมื่อความก้าวหน้าเทคโนโลยีแบ่งเป็น 2 ค่าย คนไทยและธุรกิจไทยอาจจะต้องเริ่มคิดตั้งแต่วันนี้ว่า จะเลือกระบบเทคโนโลยีที่
ตัวเองต้องการไว้รองรับ หรือมีมันทั้ง 2 ค่าย มือถือมี 2 เครื่อง 2 ระบบ เพื่อให้ติดต่อได้สองทาง ซึ่งทางเลือกนี้แม้จะปลอดภัย แต่ “ต้นทุน” จะต้องเพิ่มขึ้นไปเป็น 2 เท่า.
มิสเตอร์พี
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม