
เมื่อเส้นเลือดใหญ่ซาอุฯ - บาห์เรนถูกล็อกดาวน์ สัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด ที่สั่นสะเทือนราคาน้ำมันโลก เจาะลึก สะพาน "คิง ฟาฮัด" เป้าหมายใหม่ ในเกมอำนาจตะวันออกกลาง ที่คนไทยต้องเตรียมรับมือ
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่าง สหรัฐฯ-ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน กำลังก้าวสู่จุดเปราะบางที่สุดในรอบหลายปี และล่าสุดการตัดสินใจของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียในการประกาศสั่งปิดสะพาน "คิง ฟาฮัด คอสเวย์" (King Fahd Causeway) ที่เชื่อมต่อระหว่างซาอุดีอาระเบียและบาห์เรนเป็นการชั่วคราว ก็สะท้อนชัดว่า ไม่ได้เป็นเพียงการระวังภัยทั่วไป แต่คือการส่งสัญญาณว่า ภัยคุกคามขยายวงจากโรงงานพลังงานสู่โครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคแล้ว
แม้ทางเทคนิคสะพานแห่งนี้จะเป็นเส้นทางคมนาคม แต่เบื้องหลังคือความสำเร็จเชิงวิศวกรรมและยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกลุ่มประเทศ GCC (สภาความร่วมมืออ่าวอาหรับ)และในเชิงยุทธศาสตร์การทหารและการเมือง นี่คือ "เส้นเลือดใหญ่" ที่อิหร่านระบุว่าเป็นเป้าหมาย
โดยเริ่มก่อสร้างในยุคกษัตริย์ฟาฮัดและเปิดใช้งานในปี 1986 เป็นเครือข่ายสะพานและเขื่อนดินยาวรวม 25 กิโลเมตร กว้าง 23.3 เมตร ลักษณะสำคัญคือ จุดผ่านแดนอัจฉริยะ มีเกาะเทียมขนาด 660,000 ตารางเมตรอยู่กึ่งกลางสะพาน เป็นที่ตั้งของด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแบบ One Stop Service ที่ทั้งสองประเทศใช้ร่วมกัน
ตามรายงาน สามารถรองรับผู้เดินทางปีละกว่า 33 ล้านคน ขนส่งสินค้าและยานพาหนะหลายหมื่นคันต่อวัน และขับเคลื่อนภาคการเงิน การกลั่นน้ำมัน และการท่องเที่ยวของภูมิภาค
ขณะที่ การที่อิหร่านส่งสัญญาณขู่โจมตีสะพานแห่งนี้ พบมีเหตุผลซ่อนอยู่มากกว่าเรื่องของการคมนาคม
หากสะพานใช้งานไม่ได้ การค้าและการขนส่งจะหยุดชะงักเกือบทั้งหมด และยานพาหนะต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางเรือซึ่งช้าและต้นทุนสูงขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลโดยตรงต่อหัวใจสำคัญหลักๆ
อย่างไรก็ดี เมื่อโครงสร้างพื้นฐานระดับนี้ถูกคุกคาม ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตะวันออกกลาง แต่จะลามถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดย การต่างประเทศ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง Foreign Affairs Division ของไทย วิเคราะห์ว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้น ผ่าน 4 ช่องทางหลักๆ ดังนี้
จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า ความตึงเครียดครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการยั่วยุทางการเมืองแบบเดิมๆ แต่เป็นการข่มขู่ต่อ "ความมั่นคงทางโครงสร้าง" ที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลก
สำหรับคนไทย สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือคือ สภาวะน้ำมันแพงและค่าครองชีพที่อาจพุ่งสูงขึ้น และหากสถานการณ์บานปลายจนมีการโจมตีสะพานหรือโครงสร้างพื้นฐานอื่นจริง การปิดสะพาน "คิง ฟาฮัด คอสเวย์" ในวันนี้ จึงอาจเตือนให้เรารู้ว่า พายุเศรษฐกิจลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นแล้วในตะวันออกกลาง
อ้างอิงข้อมูล: ส่วนวิเทศสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง (Foreign Affairs Division) ข้อมูลยุทธศาสตร์ King Fahd Causeway และสถานการณ์ความมั่นคงในอ่าวเปอร์เซีย 2026
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney