เตรียมพร้อมรับแรงกระแทก

Economics

Global Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เตรียมพร้อมรับแรงกระแทก

Date Time: 7 เม.ย. 2569 04:10 น.

Summary

สัปดาห์ที่ผ่านมา “ลอว์เรนซ์ หว่อง” นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ออกมาเตือนชาวสิงคโปร์ให้เตรียมรับมือกับ “แรงกระแทก” จากวิกฤติพลังงานครั้งยิ่งใหญ่ และยาวนานมากที่สุด“ราคาน้ำมันสูงขึ้นกว่า 60% ห่วงโซ่อุปทานกำลังเผชิญกับความตึงเครียดมากขึ้น

Latest

ยอมรับ“วิกฤติพลังงาน”รุนแรงที่สุด ดึงกำไรโรงกลั่นอุ้มประชาชน-เหล็กสุดอั้นขึ้น 15%

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน เม.ย.เดือนที่คาดกันว่า อากาศจะร้อนมากที่สุด ทะลุ 40 องศาเซลเซียสในแทบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่คนไทยกำลังร้อนใจยิ่งกว่าจากวิกฤติราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่ทะลุ 50 บาทต่อลิตร สูงที่สุดในรอบหลายสิบปี และกำลังลากให้ราคาสินค้าและค่าบริการต่างๆขึ้นราคาตามไปด้วย และที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นคือ สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่นอกจากจะไม่ลดความรุนแรงลง ยังต้องจับตาการทำลายโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตน้ำมันในหลายพื้นที่ ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงปิดอยู่

ในช่วงที่ผ่านมา เรารู้ว่ามีเรือน้ำมันของไทย 1–2 ลำที่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ออกมาได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าในระยะต่อไปจะมีเรือน้ำมันไทยผ่านออกมาได้อีกกี่ลำ ดังนั้น แม้รัฐบาลจะประกาศว่า เรามีน้ำมันสำรองเพียงพอที่จะใช้ได้ไปอีก 106 วัน แบ่งเป็นสำรองตามกฎหมาย : 25 วัน สำรองเพื่อการค้า : 19 วัน อยู่ระหว่างการขนส่ง : 32 วัน และยืนยันการจัดหาแล้ว : 30 วัน แต่อนาคตคือ อนาคตที่เราคาดเดาไม่ได้

โดยเฉพาะหากผู้มีอำนาจในประเทศนี้ยังปล่อยปละละเลยให้คนบางกลุ่มแสวงหาประโยชน์จากการนำน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไปขายให้กับเพื่อนบ้าน หรือปล่อยให้นายทุนเร่งซื้อน้ำมันออกจากตลาดไปกักตุนเอาไว้จำนวนมาก

สัปดาห์ที่ผ่านมา “ลอว์เรนซ์ หว่อง” นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ออกมาเตือนชาวสิงคโปร์ให้เตรียมรับมือกับ “แรงกระแทก” จากวิกฤติพลังงานครั้งยิ่งใหญ่ และยาวนานมากที่สุด“ราคาน้ำมันสูงขึ้นกว่า 60% ห่วงโซ่อุปทานกำลังเผชิญกับความตึงเครียดมากขึ้น ทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภูมิภาคนี้ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง”

“เขา” ยังได้เตือนให้รับมือ “วิกฤติอาหารโลก” ด้วย “ปริมาณการเดินเรือโดยรวมลดลงอย่างรวดเร็ว การจัดส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบนี้ลดน้อยลงอย่างมาก สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่นๆ รวมถึงปุ๋ยและฮีเลียมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งส่งผลเสียเป็นวงกว้าง รวมถึงความเสี่ยงต่อการผลิตอาหารทั่วโลก”

และแม้แต่ประเทศไทยเอง ซึ่งเป็นประเทศอู่ข้าวอู่น้ำก็อาจจะหนีไม่พ้นกับภาวะอดอยากปากแห้ง โดยเฉพาะในสภาวะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความร้อนและความแห้งแล้งระดับ “ซุปเปอร์เอลนีโญ” ในปีนี้

สิ่งที่สิงคโปร์ทำคือ “ประหยัด” ลดกำลังการผลิตน้ำมันลง แต่ไม่ให้ขาดแคลน เพื่อให้เหลือพลังงานให้ใช้ยาวนานที่สุด ปรับการจัดหาน้ำมันและ LNG โดยเจรจาล็อกการซื้อขายกับประเทศที่ “เขา” ใช้คำว่า “พันธมิตรที่ไว้ใจได้” เช่น ออสเตรเลีย และวางแผนล็อกการนำเข้าสินค้า และอาหาร จากนิวซีแลนด์ ป้องกันการขาดแคลน ใช้มาตรการดูแลการขึ้นราคาสินค้าอย่างเด็ดขาด ขณะที่มีอุดหนุนเงินจำนวนหนึ่งให้ประชาชนใช้จ่ายในช่วงวิกฤติ

เป็นตัวอย่างที่ “เรียบง่าย ชัดเจน ตรงไปตรงมา แต่สร้างความน่าเชื่อถือ” ในขณะที่รัฐบาลไทยกำลัง “เมาหมัด” ตั้งหลักไม่ได้ ดังนั้น ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตินี้ ทุกฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาลจำเป็นต้องตั้ง “สติ” วางแผนให้เป็นระบบและรอบด้าน ทำตัวเป็น “กันชน” เป็นเบาะรับแรงกระแทกให้กับประชาชน ไม่ใช่วิ่งวุ่นไปมาตามแรงด่าของโซเชียล.

มิสเตอร์พี

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ