จีนส่งสัญญาณเปิดกว้างที่ดาวอส เร่งดึงทุนต่างชาติ อุดช่องว่างเศรษฐกิจ หลังฟองสบู่อสังหาฯ แตก

Economics

Global Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

จีนส่งสัญญาณเปิดกว้างที่ดาวอส เร่งดึงทุนต่างชาติ อุดช่องว่างเศรษฐกิจ หลังฟองสบู่อสังหาฯ แตก

Date Time: 22 ม.ค. 2569 12:20 น.

Video

ต้นทุนพุ่ง! นำเข้าสินค้าออนไลน์ เตรียมรับมือ ภาษีนำเข้า 1 บาท (ม.ค. 69)  | Thairath Money Night Stand EP.25

Summary

รองนายกฯ จีนพบปะซีอีโอ Apple, JPMorgan Chase, Bridgewater Associates และบริษัทอื่นๆ ที่ WEF

  • จีนประกาศพร้อมรับการลงทุนจากต่างชาติ และแก้ไขปัญหาทางธุรกิจอย่างจริงจัง
  • จีนเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ หลังภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัว
  • จีนพยายามวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป
  • จีนต้องการดึงดูดการลงทุน สร้างตลาด และรักษาภาพลักษณ์ที่ดีในเวทีโลก

Latest


ท่ามกลางบรรยากาศโลกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ จีนใช้เวที World Economic Forum (WEF) 2026 ที่เมืองดาวอส ส่งสัญญาณชัดเจนถึงสองเรื่องสำคัญ ตั้งแต่การเปิดรับเงินลงทุนจากภาคเอกชนต่างชาติ และการวางตัวไม่เข้าไปแทรกแซงความขัดแย้งเชิงอำนาจของโลกตะวันตก โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวอย่างกรีนแลนด์ที่กำลังเขย่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป

การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจ หลังภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเคยเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโตเผชิญวิกฤตยืดเยื้อและไม่อาจทำหน้าที่สร้างรายได้ให้ประเทศได้เหมือนเดิม

ระหว่างร่วมการประชุม WEF รองนายกรัฐมนตรีจีน เหอ หลี่เฟิง (He Lifeng) ซึ่งเป็นผู้แทนการค้าระดับสูงของประเทศ ได้พบปะกับผู้บริหารบริษัทข้ามชาติรายใหญ่แบบไม่เป็นทางการ อาทิ ทิม คุก ซีอีโอ Apple, เจมี ไดมอน ซีอีโอ JPMorgan Chase, เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates รวมถึงซีอีโอจาก FedEx และ Mastercard ควบคู่กับการพบปะภาคธุรกิจ

โดย เหอ หลี่เฟิง ได้กล่าวสุนทรพจน์บนเวทีดาวอสเพื่อแสดงท่าทีเปิดกว้างอย่างชัดเจนว่า จีนยินดีต้อนรับบริษัทต่างชาติให้เข้ามาลงทุนและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจจีน พร้อมย้ำว่าหากนักลงทุนต่างชาติประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ รัฐบาลจีนพร้อมรับฟังและแก้ไขอย่างจริงจัง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ธุรกิจต่างชาติจำนวนมากที่ดำเนินกิจการในจีนมักร้องเรียนถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ประกอบการท้องถิ่น การถูกเลือกปฏิบัติในตลาด ความล่าช้าในการขอใบอนุญาต และการอนุมัติต่าง ๆ รวมถึงกฎระเบียบควบคุมการส่งออกที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงหลัง

ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่จีนต้องเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนต่างชาติที่ลดการลงทุนลงอย่างต่อเนื่อง จากความกังวลด้านกฎระเบียบ การแข่งขันภายในประเทศ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

ฟองสบู่อสังหาฯ แตก บีบจีนหารายได้ใหม่

ในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญช่องว่างครั้งใหญ่ หลังภาคอสังหาริมทรัพย์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเคยสร้างสัดส่วนกว่า 20–25% ของ GDP หดตัวลงจากวิกฤตหนี้ของผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ ยอดขายบ้านที่ชะลอตัวและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้น

การพึ่งพาการลงทุนภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ทำให้จีนจำเป็นต้องเร่งดึงเงินทุน เทคโนโลยี และตลาดจากภาคเอกชนต่างชาติเพื่อเติมเต็มการเติบโตที่หายไป พร้อมกับพยุงเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลใหม่ เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมดิจิทัล

อีกด้านหนึ่งของความขัดแย้งที่กำลังระบุ จีนพยายามแยกตัวออกจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีต้องการเข้าควบคุมกรีนแลนด์จากเดนมาร์กจนสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อ NATO และความมั่นคงของยุโรป

กัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า จีนไม่มีเจตนาจะแข่งขันแย่งชิงอิทธิพลกับประเทศใด และยืนยันว่าจีนดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมวางตัวเป็นพลังเชิงบวกและสร้างเสถียรภาพในเวทีโลก อย่างไรก็ตามสื่อของรัฐจีนได้ใช้จังหวะดังกล่าวสะท้อนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ โดยเรียกร้องให้ยุโรปทบทวนการพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านความมั่นคง และเร่งสร้างยุทธศาสตร์อิสระ พร้อมกระจายความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายมากขึ้น

ภาพรวมจากเวทีดาวอสสะท้อนชัดว่า จีนเลือกใช้ยุทธศาสตร์ไม่ลงสนามปะทะโดยตรงและใช้ความไม่แน่นอนของโลกตะวันตกเป็นฉากหลังในการสร้างความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจ ในโลกที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการกดดันทั้งทางการค้าและการเมือง จีนกลับพยายามวางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกที่คาดการณ์ได้ เป็นมิตรกับภาคธุรกิจและพร้อมเปิดรับการลงทุน 

ดาวอส 2026 จึงไม่ใช่เวทีการเผชิญหน้า แต่เป็นเวทีส่งสัญญาณว่า จีนต้องการทุน ต้องการตลาด และต้องการความเชื่อมั่นมากพอ ๆ กับการรักษาภาพลักษณ์ว่าไม่ใช่ผู้เล่นที่สร้างความแตกแยกในระเบียบโลกในขณะนี้


ที่มาข้อมูล Reuters , Bloomberg

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ