
ราคาน้ำมันดิบ ร่วงลงเป็นวันที่สาม หลังความกังวลสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ปะทุ กดดันราคาพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ตุลาคม 2566) แต่ล่าสุดความกังวลในตลาดน้ำมันโลกคลี่คลายลงจากแนวโน้มความขัดแย้งสงครามที่ยังอยู่ในวงจำกัด และสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมัน WTI กลับไปต่ำกว่า 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านออกมาปฏิเสธ ว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนกลุ่มฮามาส เพื่อโจมตีอิสราเอล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 ตุลาคม 2566) ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดการคว่ำบาตรน้ำมันจากอิหร่าน และจำกัดความขัดแย้งของสงครามไม่ให้ลุกลามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
อีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวลง คือ การที่ซาอุดีอาระเบีย ผู้นำกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันโอเปก (OPEC+) ออกมาเน้นย้ำ ถึงการสนับสนุนความพยายามของกลุ่มในการสร้างสมดุลให้กับตลาดน้ำมันโลก
รวมถึงสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังเตรียมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันจากประเทศเวเนซุเอลา และสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ สู่ระดับ 13 ล้านดอลลาร์ต่อบาร์เรลในสัปดาห์ หลังจากลดลง 4.21 ล้านดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ซึ่งปัจจัยทั้งสองช่วยลดความกังวลวิกฤติขาดแคลนน้ำมันเฉียบพลันทั่วโลก หลังรัสเซียและซาอุดีอาระเบีย ขยายเวลาลดกำลังผลิตต่อไป ทำให้สต๊อกน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว
อ้างอิง