
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ตุลาคม 2566) สำนักข่าว Global New Light of Myanmar รายงานว่ารัฐบาลทหารเมียนมา ประกาศปฏิรูปค่าแรงครั้งใหญ่ นับตั้งแต่การเข้ายึดอํานาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 และเป็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งแรกตั้งแต่ปี 2561 หรือในรอบ 5 ปี เพื่อเรียกคะแนนนิยม และบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนจากปัญหาเงินเฟ้อ
โดยค่าแรงขั้นต่ำ ถูกปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เป็น 5,800 จ๊าด (ประมาณ 102 บาท) จากระดับเดิมที่ 4,800 จ๊าด (ประมาณ 84 บาท) ต่อการทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน และมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมาประกาศให้เงินช่วยเหลือรายเดือน 30,000 จ๊าด (ประมาณ 529 บาท) สําหรับบุคลากรทางทหารและข้าราชการ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแรงงานนอกระบบ
อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นในเมียนมา มีสาเหตุหลักมาจากการเสื่อมค่าของสกุลเงินจ๊าด โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ช่องว่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ ซึ่งตรึงไว้ที่ 2,100 จ๊าดต่อดอลลาร์ (ประมาณ 37 บาท/ดอลลาร์) กับอัตราแลกเปลี่ยนโดยร้านรับแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยมีค่าอยู่ที่ประมาณ 3,300 จ๊าดต่อดอลลาร์ และพุ่งสูงถึง 4,000 จ๊าดต่อดอลลาร์ กดดันให้ราคาอาหารและยาแพงขึ้น
นอกจากนี้ราคาน้ํามันปรุงอาหารและข้าวยังพุ่งสูงกว่าเมื่อต้นปี 2564 ประมาณสองถึงสามเท่า ทำให้บางบริษัทได้ประกาศปรับขึ้นค่าแรงเอง เพื่อช่วยเหลือลูกจ้าง โดยกรรมการผู้จัดการบริษัทตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งหนึ่งกล่าวว่า เมื่อสองเดือนก่อนได้ปรับเพิ่มค่าแรง 800 จ๊าด (ประมาณ 14 บาท)
อ้างอิง