
กระทรวงการคลังซาอุดีอาระเบีย เปิดเผย เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า กำลังเตรียมแผนการกู้ยืมเงินจากการออกตราสารหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศ เพื่อเป็นเงินทุนชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่คาดการณ์ไว้ในปี 2566-2567 ท่ามกลางราคาน้ํามันที่ลดลง และการขยายเวลาลดกำลังผลิตน้ํามันส่งออกในต่างประเทศ
โดยในแถลงการณ์เรื่องงบประมาณเบื้องต้น กระทรวงการคลัง ซาอุดีอาระเบียคาดว่า ในปีนี้ซาอุดีอาระเบียจะมีการขาดดุลงบประมาณ อยู่ที่ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หลังจากที่เคยคาดการณ์ไว้ในปีที่แล้วว่างบประมาณจะเกินดุลที่ 0.4% สำหรับปี 2567 คาดว่าจะมีการขาดดุลอยู่ที่ 1.9% ของ GDP
ซึ่งสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณรวมกันทั้ง 2 ปี คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (1.6 ล้านล้านบาท)
การเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกู้ยืมประจําปี ภายใต้กลยุทธ์หนี้ระยะกลาง เพื่อยกระดับซาอุดีอาระเบียในตลาดต่างประเทศ
แม้ในช่วงที่ผ่านมาซาอุดีอาระเบียจะพยายามลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพารายได้จากการผลิตน้ำมัน เช่น การท่องเที่ยว ธุรกิจรถไฟฟ้า ซึ่งธุรกิจเหล่านี้มีการเติบโตแข็งแกร่ง แต่ปัจจุบันประเทศก็ยังต้องพึ่งพารายได้จากการผลิตน้ำมันเป็นหลัก
ทั้งนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ได้กดดันให้ราคาน้ำมันดิบตกต่ำลง และการหดตัวของรายได้หลังประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมัน ทำให้กระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 0.03% จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 3.1%