
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลก อินเดียเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขทางเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 (เดือน ม.ค.-มี.ค. 2566) ที่เติบโต 6.1% ทำให้ขณะนี้อินเดียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก ด้วยจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกกว่า 1.4 พันล้านคน แซงหน้าประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีน อินเดียจึงอุดมไปด้วยแรงงานวัยหนุ่มสาว นำมาซึ่งการบริโภค (Demand) ภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วที่สุดในโลก
ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรง แต่อินเดียกลับมีจำนวนผู้ขอสละสัญชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังการแพร่ระบาดโควิด
กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ได้เปิดเผยข้อมูลการสละสัญชาติของพลเมืองอินเดียประจำปี 2565 พบว่าเมื่อปีที่แล้ว มีพลเมืองอินเดียยื่นขอสละสัญชาติมากกว่า 225,620 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 12 ปี และค่าเฉลี่ยจำนวนผู้ยื่นขอสละสัญชาติเพิ่มขึ้น 20% ในช่วงระหว่างและหลังวิกฤตการณ์โควิด
โดยจุดหมายปลายทางที่คนอินเดียนิยมย้ายถิ่นฐานไปถือสัญชาติเป็นพลเมือง ได้แก่ กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่าง ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ
ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตการณ์โควิด ปัจจัยที่ผลักดันให้คนอินเดียย้ายถิ่นฐาน คือ การดิ้นรนแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ การศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น แต่หลังการแพร่ระบาดโควิด สาเหตุที่ทำให้จำนวนคนขอสละสัญชาติเพิ่มขึ้น แม้ตอนนี้อินเดียจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร็วที่สุดในโลก เป็นผลมาจากการเดินทางที่เพิ่มขึ้นของคนทั่วโลก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการขอสัญชาติเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากการถือพาสปอร์ตต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสำคัญอีก 3 ข้อ ดังนี้
1. พาสปอร์ตอินเดียไม่ทรงอิทธิพล
อิทธิพลของพาสปอร์ตถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอินเดียเลือกสละสัญชาติตัวเองไปถือสัญชาติอื่น โดยพาสปอร์ตอินเดียสามารถเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าไปยังจุดหมายปลายทางได้ 57 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน ในขณะที่พาสปอร์ตของประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา สามารถเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าไปยังจุดหมายมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก
2. คนอินเดียมีทักษะแรงงานขั้นสูง
แม้อินเดียจะมีปัญหาความไม่เสมอภาคทางการศึกษา แต่กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการศึกษาใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก และมีหลักสูตรการศึกษาที่โดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้คนอินเดียมีความเชี่ยวชาญด้านไอทีและทักษะด้านวิชาการสูง แรงงานอินเดียจึงเป็นที่ต้องการในตลาดโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในประเทศสหรัฐอเมริกา และมักถูกพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ เมื่อยื่นขอวีซ่าทำงาน หรือยื่นขอสัญชาติเป็นพลเมืองในต่างประเทศ อีกทั้งการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรกรรม ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ยังทำให้แรงงานที่มีทักษะระดับกลาง หรือแรงงานไร้ฝีมือในอินเดีย มีโอกาสไปทำงานในต่างประเทศมากขึ้น
3. อินเดียไม่อนุญาตให้ถือสองสัญชาติ
รัฐธรรมนูญของอินเดียไม่อนุญาตให้ถือสัญชาติอื่น ในขณะที่เป็นพลเมืองอินเดีย ดังนั้นทันทีที่ได้รับสัญชาติอื่น คนอินเดียจะต้องทำการยื่นเรื่องสละสัญชาติและคืนพาสปอร์ตในทันที ไม่เช่นนั้นจะมีบทลงโทษทางกฎหมาย ซึ่งยิ่งกดดันให้คนในประเทศเลือกสละสัญชาติอินเดีย เพื่อไปเป็นพลเมืองในประเทศพัฒนาแล้ว
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินเดียไม่ได้นิ่งนอนใจต่อภาวะสมองไหลที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยได้ดำเนินการริเริ่มโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนแนวทาง Make in India ยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางการผลิตของโลก มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรม 25 สาขา เพื่อสร้างอาชีพให้คนในประเทศ ควบคู่ไปกับโครงการอำนวยความสะดวกด้านการประกอบธุรกิจ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานทดแทน ระบบโลจิสติกส์ และระเบียงอุตสาหกรรมต่างๆ.
อ้างอิง