
สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกหลายรายตั้งเป้าหมายที่จะใช้อินเดียให้เป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่น
อินเดีย เริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์ระดับโลก ด้วยการมียอดขายรถยนต์ชนะแชมป์เก่าอย่างญี่ปุ่น ทำให้ในปีที่ผ่านมาอินเดียก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าตลาดรถยนต์รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และจีน
โดยคนอินเดียมีรายได้ที่ดีมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการรถยนต์เติบโตขึ้น และหันมาเลือกซื้อรถยนต์ที่มีคุณภาพดี ราคาแพงมาก ผลักดันให้ตลาดรถยนต์ในประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับรายงานของสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งอินเดีย ที่ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมยายนต์เติบโตขึ้นประมาณ 33% เป็น 70 พันล้านดอลลาร์ (2.4 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2566
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดขายรถยนต์จะเติบโตได้ดี แต่ผู้เล่นค่ารถยนต์ต่างชาติกลับมียอดขายที่ไม่ดีนัก เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศสามารถตั้งราคาขายที่ถูกกว่าเพราะมีต้นทุนต่ำกว่า สะท้อนจากส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ในอินเดียของ Nissan และ Renault ที่เมื่อรวมกัน ลดลงจากระดับในเดือน มิ.ย. ของปี 2565 ที่ผ่านมา 3% เหลือ 2% ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่บริษัท Skoda Auto Volkswagen ส่วนแบ่งทางการตลาด ณ ปัจจุบันยังทรงตัวที่ 2.46%
ด้วยเหตุนี้เองทำให้บริษัทระดับโลกที่มีสาขาในประเทศอินเดียต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันกับบริษัทท้องถิ่น โดยใช้อินเดียเป็นฐานการผลิต เพิ่มรายได้จากการส่งออกรถยนต์ และผลิตโมเดลรถยนต์ขายเฉพาะที่อินเดีย เพื่อให้สามารถรักษาฐานลูกค้าท้องถิ่น และเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์ไปยังประเทศใกล้เคียง
Frank Torres ประธานบริษัท Nissan ประเทศอินเดีย กล่าวกับสำนักข่าว Nikkei ว่า “การใช้อินเดียเป็นฐานการส่งออกรถยนต์ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มรายได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มการใช้ประโยชน์จากกําลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย”
ปัจจุบัน Nissan ได้ส่งออกรถยนต์รุ่น Magnite SUV ซึ่งเปิดตัวในอินเดียเป็นที่แรกเมื่อปลายปี 2563 ไปยัง 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา โดยในปีนี้บริษัทวางแผนที่จะเริ่มส่งออกรถ SUV รุ่นพวงมาลัยซ้าย ไปยังประเทศในตะวันออกกลางและละตินอเมริกา นอกจากนี้ Nissan และบริษัทพันธมิตร Renault ยังได้ร่วมลงทุนกว่า 600 ล้านดอลลาร์ (2.1 หมื่นล้านบาท) เพื่อเปิดตัวโมเดลรถยนต์รุ่นใหม่จำนวน 6 รุ่น รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่จะวางจําหน่ายในปี 2568 โดยโมเดลทั้งหมดจะถูกส่งออกไปขายต่างประเทศ
อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อินเดียกลายเป็นเป้าหมายการส่งออกสำหรับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก คือ การมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่กว้างขวาง และค่าแรงที่ถูก เพราะมีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก.
อ้างอิง