
สิงคโปร์เปิดตัวแอปฯ FirstDate เพื่อแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ โดยให้พนักงานรัฐอายุ 21-35 ปีทดลองใช้งานเป็นกลุ่มแรก
สิงคโปร์ เปิดตัว “FirstDate” แอปพลิเคชันหาคู่ หรือ Dating App ที่สนับสนุน พัฒนา และรับรองโดยรัฐบาล หลังประเทศกำลังประสบปัญหาประชาชนในประเทศมีบุตรน้อยลง ด้วยอัตราการเจริญพันธุ์เพียงเด็ก 0.87 คนต่อผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์หนึ่งคน (ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์การทดแทนประชากรที่ 2.1 อย่างมาก)
แอปฯ นี้เป็นวิธีการหาทางออกของสิงคโปร์ หลังจากที่ประเทศอื่นในเอเชียเริ่มมีนโยบายปั้นแอปฯ หาคู่นี้ออกมา ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นที่มี Tokyo Enmusubi และเกาหลีใต้มีโครงการหาคู่ Seoulting โดยทั้งสองเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดและกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุทั้งสิ้น
สำหรับสิงคโปร์ แอปฯ FirstDate จะเปิดทางให้เฉพาะพนักงานรัฐทดลองใช้เป็นกลุ่มแรก ขณะที่โลกออนไลน์ออกมาวิจารณ์ไปในเชิงตลกขบขัน อย่าง “ในที่สุดเราก็มาถึงจุดที่รัฐต้องหาคู่ให้” บ้างก็มองว่า “เป็นโลกดิสโทเปียน” แต่ด้านนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญกลับมองว่า แอปฯ แบบนี้จะมีประโยชน์อย่างมากในบางด้าน
FirstDate เป็นแอปพลิเคชันหาคู่ที่รับรองโดยรัฐบาลสิงคโปร์ ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ทางการ ระบุว่า “เป็นโครงการริเริ่มเพื่อสนับสนุนคนโสดอายุ 21-35 ปีในการออกเดต”
สิ่งที่ทำให้แอปฯ นี้แตกต่างจากแอปฯ หาคู่ทั่วไป คือการยืนยันเรื่องความปลอดภัยและความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากรัฐจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลทางการในประเทศ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือ ข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างและข้อมูลการเดตที่ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจะตกอยู่ในการดูแลของรัฐเช่นกัน
โดยผู้ใช้งานจะต้องลงทะเบียนผ่าน Singpass ระบบ Digital ID ของสิงคโปร์ เพื่อยืนยันตัวตน ตรวจสอบอายุ และสถานภาพการสมรสตามกฎหมาย เช่นเดียวกันกับแพลตฟอร์มหาคู่ของเกาหลีใต้ที่ต้องมีการระบุว่าพำนักอยู่ที่เกาหลีใต้จริง ส่วนญี่ปุ่นนั้นขั้นกว่า คือจะต้องมีการสัมภาษณ์ออนไลน์หลังลงทะเบียน ต้องมีภาพความละเอียดสูงยืนยันตัวตน และจะต้องมีหลักฐานแสดงรายได้
FirstDate มีการใช้งานอัลกอริทึมที่เรียกว่า Gale-Shapley Stable Marriage Algorithm ออกแบบตามกรอบแนวคิดอัลกอริทึมที่ได้รับรางวัลโนเบล ที่จะจับคู่โดยอ้างอิงจากความชอบของแต่ละคน เพื่อแนะนำคู่ที่เหมาะสมกัน
โดยเริ่มต้นผู้ใช้งานจะต้องตอบคำถามที่ระบบออกแบบมา เพื่อให้ระบบเข้าใจทั้งความสนใจ พฤติกรรม ค่านิยม และความชอบของผู้ใช้งาน และหลังจากนั้นจะสามารถคัดสรรคู่ที่เหมาะสมและเข้ากันได้มากที่สุดมาให้
เมื่อถึงตอนแมตช์ ในส่วนนี้ระบบจะโชว์ Compatibility Score หรือคะแนนความเข้ากันได้มาให้ คู่แมตช์จะมีเวลา 3 วันในการตัดสินใจ และถ้าอ่านข้อมูลแล้วว่าควรไปต่อ ก็สามารถทักไปก่อนได้ หรือหากมีการนัดพบกันจริง แอปฯ ยังมีฟีเจอร์ Date Quests เพื่อละลายพฤติกรรม
โดยปกติแล้ว แอปฯ เดตทั่วไปมักจะหาเงินจากการขาย Subscription ไม่ก็เปิดฟีเจอร์ใหม่ให้จ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งแอปฯ เหล่านี้อย่างเช่น Tinder, Coffee Meets Bagel (CMB) หรือ Bumble ก็ตามมักจะใช้เพื่อดึงดูดให้คนอยู่ในระบบแบบยาว ๆ
แต่สำหรับ FirstDate ทางรัฐบาลสิงคโปร์ระบุชัดเจนว่า จะไม่มีการนำข้อมูลของผู้ใช้งานมาทำเงิน หรือออกโปรดักต์มาเพื่อหาเงินจากผู้ใช้
นอกจากนี้ แอปฯ หาคู่ยังดึงผู้ใช้ไว้ในระบบผ่านการนำเสนอทางเลือกคู่แมตช์ให้จำนวนมหาศาล จนนำไปสู่ภาวะ “เลือกไม่ถูกเพราะมีตัวเลือกมากเกินไป” หรือ Choice Paralysis และทำให้ยิ่งยากในการจะเลือกคุยกับใครสักคน เพราะมีตัวเลือกมาให้เลือกได้แบบไม่จำกัด
สิ่งนี้นำมาซึ่งความแตกต่างของ FirstDate เพราะระบบของแอปฯ นี้จะมีการนำเสนอข้อมูลคู่แมตช์เพียงครั้งละ 1 คนเท่านั้น ซึ่งจะเป็นคนที่มีคะแนนความเข้ากันได้สูงที่สุด และมีเฉพาะคู่ที่แมตช์กันเท่านั้นถึงจะมองเห็นข้อมูลโปรไฟล์ของแต่ละคนได้
ความแตกต่างอีกอย่างคือ FirstDate เริ่มต้นจากการให้ทำแบบสอบถามเพื่อระบุความชอบของตัวเอง แต่ฝั่งแอปฯ ทั่วไปจะศึกษาจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ ทั้งการปัด การดู การเลือก ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญมองว่า FirstDate จะสามารถหาคู่ที่เข้ากันได้มากกว่าแอปฯ ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามสำคัญตามมาว่า แล้วการตอบตามแบบสอบถามที่เหมือนกับการกำหนดกรอบมานั้น จะให้ข้อมูลและทำนายการเข้ากันได้จริงแค่ไหน จะสู้กับระบบที่ระบุความชอบผ่านการใช้งานจริงแบบแอปฯ หาคู่ทั่วไปได้หรือไม่
FirstDate นับเป็นอีกความพยายามหนึ่งของสิงคโปร์ หลังจากออกนโยบายใหม่ ๆ มาเพื่อสนับสนุนให้คนในชาติมีลูกกันมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการมอบเงินทุนสนับสนุนมูลค่า 60,000 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับเด็กแรกเกิดไปจนถึงอายุ 17 ปี พร้อมกับออกมาตรการดูแลเด็กไปเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา
และหากย้อนกลับไปอีกในอดีต ช่วงปี 1984 สิงคโปร์ยังเคยเปิด Social Development Unit เป็นหน่วยพัฒนาสังคม เพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงที่มีการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสมัยนั้นได้แต่งงาน เนื่องจากในสมัยนั้นผู้ชายที่มีการศึกษามีแนวโน้มความชอบต่อผู้หญิงที่มีการศึกษาต่ำกว่า แต่ฝั่งผู้หญิงที่มีการศึกษากลับมีความชอบในผู้ชายที่มีการศึกษาสูงกว่า จึงเป็นที่มาให้เกิดโครงการนี้มาสนับสนุนให้มีการแต่งงานมากขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไป การเกิดขึ้นของแอปฯ หรือแพลตฟอร์มหาคู่ที่รับรองหรือร่วมพัฒนาโดยรัฐบาลเลยกลายเป็นอีกช่องทางที่จะช่วยแก้ปัญหาอัตราการมีลูกที่ลดลงนี้ไปได้ โดยผลงานที่ผ่านมาของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
ตามรายงานของ CNBC ระบุว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม Tokyo Enmusubi มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 17,000 บัญชี ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า แอปฯ นี้สามารถสร้างคู่รักได้กว่า 835 คู่ที่กำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่จริงจัง และสร้างคู่รักที่ตกลงปลงใจแต่งงานได้มากถึง 316 คู่
ส่วนโครงการ Seoulting ของเกาหลีใต้ หลังจากจัดงานอีเวนต์ไปแล้ว 5 ครั้ง มีคนลงทะเบียนเข้ามาร่วมงานมากกว่า 13,854 คน และจัดคู่แมตช์ได้ 126 คู่ ซึ่งทางรัฐบาลเกาหลีระบุว่า มีคู่หนึ่งที่เข้าโครงการนี้จะจัดงานวิวาห์ในเดือนธันวาคมปีนี้
อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของ FirstDate จากสิงคโปร์จะเปิดให้ทดลองใช้งานเฉพาะพนักงานรัฐที่มีอายุระหว่าง 21-35 ปี และโครงการริเริ่มนี้จะปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ ยังต้องติดตามกันต่อไปว่า โครงการนี้จะขยายมาสู่ประชาชนทั่วไป หรือเดินหน้าต่ออย่างไร ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางรัฐบาลสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney