อาเซียนรับมือวิกฤติพลังงาน–อาหาร

Economics

ASEAN Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

อาเซียนรับมือวิกฤติพลังงาน–อาหาร

Date Time: 4 มิ.ย. 2569 04:15 น.

Summary

สงครามทำพิษต้นทุนพุ่งทั่วโลก อาเซียนเร่งถกรับมือวิกฤติพลังงานและอาหาร ดันโครงข่ายไฟฟ้า-ท่อส่งก๊าซ พร้อมชูจุดแข็งเป็น "ภูมิภาคที่ไว้ใจได้" หวังดึงดูดการค้าและการลงทุนระยะยาว

Latest

เมียนมาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อีก 1,000 จ๊าต เป็น 7,800 จ๊าตต่อวัน (ราว 120 บาทไทย) ตั้งแต่ 1 ต.ค. 68

แม้ขณะนี้การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอล และอิหร่าน–พันธมิตร จะดูนิ่งๆ ไม่มีการโจมตีกันอย่างรุนแรงเหมือนช่วงแรกๆ แต่ผลของการสู้รบยังคงอยู่และกระทบทั่วโลกมาก โดยเฉพาะราคาพลังงาน และราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ปรับสูงขึ้นมาก ทั้งเม็ดพลาสติก แม่ปุ๋ยเคมี เคมีภัณฑ์ฯลฯ

ส่งผลให้ต้นทุนผลิต ต้นทุนขนส่งสูงขึ้นมาก กระทบต่อราคาขายสินค้า และค่าครองชีพผู้คนทั่วโลก ที่สำคัญกระทบต่อความมั่นคงทั้งด้านพลังงาน และอาหารของโลกด้วย ดังนั้น กลุ่มความร่วมมือต่างๆจึงต้องเร่งหาแนวทางรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวที่ส่อเค้ายืดเยื้อไปอีกนาน

อาเซียนก็เช่นกันได้หารือเพื่อรับมือกับวิกฤติดังกล่าว รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 13 มี.ค.69 ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 32 ได้ออก แถลงการณ์ร่วมเรื่อง “การเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของอาเซียน”

โดยจะร่วมกันรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาค, เร่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร และพลังงานผ่านโครงการ ASEAN Power Grid และ Trans–ASEAN Gas Pipeline รวมทั้งเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน โดยได้รับรองเป้าหมายเศรษฐกิจปี 69 รวม 9 เรื่อง เช่น เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานด้านอาหาร พลังงาน และแร่ธาตุสำคัญ, พัฒนาสู่ตลาดดิจิทัล, เร่งเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอาเซียนสู่เศรษฐกิจสีเขียว ฯลฯ

ส่วนที่ประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 27 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.69 ได้ตอกย้ำถึงแนวทางรับมือผลกระทบพลังงาน และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานสินค้าจำเป็น โดยจะเน้นสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อวิกฤติ และความท้าทายทางภูมิเศรษฐศาสตร์ระยะยาว, เร่งเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานให้มีเสถียรภาพ, เพิ่มการค้า– ลงทุนภายในอาเซียน

รวมถึงผันวิกฤติพลังงาน โดยเร่งเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ควบคู่กับการยกระดับความมั่นคงพลังงาน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานภูมิภาคภายใต้กรอบ “ความตกลงอาเซียนด้านความมั่นคงปิโตรเลียม” ให้มีผลใช้บังคับโดยเร็ว รวมทั้งเดินหน้า “ความร่วมมือโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน” และ “โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน”

พร้อมกับเร่งสร้างความมั่นคงอาหาร โดยใช้ประโยชน์จากกลไกสำรองอาหารอาเซียนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการใช้ข้อมูลสารสนเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์ ผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้ย้ำว่าอาเซียนไม่ใช่เพียงร่วมกันหาทางรับมือกับวิกฤติเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังเป็น “ภูมิภาคที่ไว้ใจได้” สำหรับการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก

ซึ่งจะเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะยาว.

ฟันนี่เอส

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ