
กระทรวงสาธารณสุขขับเคลื่อนนโยบาย Medical Investment Hub ผ่าน 3 เสาหลัก คือ บริการทางการแพทย์ การวิจัยและพัฒนา และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าผลักดันนโยบาย Medical Investment Hub เพื่อขับเคลื่อนภาคการแพทย์และสุขภาพให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การยกระดับบริการทางการแพทย์และสุขภาพ (Service Hub)
การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (Research and Development Hub) และการส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product and Health Manufacturing Hub) โดยตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุนใหม่กว่า 68,000 ล้านบาท และสร้างผลต่อเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ GDP ทั้งนี้ การขับเคลื่อนนโยบายไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมายกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตของประชาชน
สำหรับความร่วมมือกับ Bayer เป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงการลงทุนด้านนวัตกรรมกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โดยบริษัทเสนอโอกาสลงทุนวิจัยทางคลินิกประมาณ 153 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะแรก พร้อมสนับสนุนการพัฒนาระบบคัดกรองโรคจอประสาทตาด้วย AI โดยมีเป้าหมายขยายการคัดกรองจาก 2 ล้านคน เป็น 4 ล้านคน เพื่อเพิ่มโอกาสตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น และสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมยาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วย และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ รวมถึงส่งเสริมการวิจัยทางคลินิกและการใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนการพัฒนานโยบายสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุขมุ่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในการคัดกรองโรคจอประสาทตา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยง พร้อมพัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลและระบบส่งต่อให้สามารถเชื่อมโยงการคัดกรอง การวินิจฉัย และการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการ ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมข้อเสนอด้านการส่งเสริมการเข้าถึงยานวัตกรรมสำหรับผู้ป่วยโรคจอประสาทตาและมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงการศึกษานวัตกรรมเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ ตลอดจนการลงทุนวิจัยทางคลินิกและการพัฒนาข้อมูลหลักฐานจากการรักษาในสถานการณ์จริง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและเพิ่มศักยภาพประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ภายใต้นโยบาย Medical Investment Hub
นายเซบาสเตียน กูทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการระดับโลก ไบเออร์ฟาร์มาซูติคอล และประธานบริษัท ไบเออร์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ประเทศไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเสริมสร้างบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ และไบเออร์มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมการวิจัยทางคลินิก
เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัยของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของไบเออร์เข้ากับระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งของประเทศไทย เราเชื่อว่าจะสามารถช่วยสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วย พร้อมมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นายไซมอน โรซอฟ ผู้บริหารระดับเอเชียแปซิฟิก ไบเออร์ฟาร์มาซูติคอล กล่าวว่า การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญ ไบเออร์จึงสนับสนุนการนำเทคโนโลยี AI มาใช้คัดกรองโรคจอประสาทตาเพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยให้ระบบส่งต่อผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเข้าสู่การรักษาที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที
เป้าหมายของเราคือการสนับสนุนผู้ป่วยตลอดเส้นทางการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองในระยะเริ่มต้น โอกาสในการเข้าร่วมวิจัยทางคลินิก ไปจนถึงการเข้าถึงนวัตกรรมการรักษา ขณะเดียวกัน เราต้องการมีส่วนร่วมสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการเสริมความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมสุขภาพและการวิจัยทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของไบเออร์ ทุกคนมีสุขภาพดี ไม่ขาดแคลนอาหาร (Health for All, Hunger for None) และความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนวาระด้านสาธารณสุขของไทยมานานกว่า 60 ปี
ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงนวัตกรรมยาของผู้ป่วย และเสริมศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ภายใต้นโยบาย Medical Investment Hub
Money Expo Chiang Mai : นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมืองไทยประกันชีวิต เข้าร่วมงานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 21 Money Expo 2026 Chiang Mai ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2569 ณ เชียงใหม่ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต โดยบริษัทฯ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งแบบประกันชีวิต สุขภาพ โรคร้ายแรง การวางแผนด้านการลดหย่อนภาษี
และการวางแผนเกษียณ เลือกได้ทั้งแบบประกันในกลุ่มตลอดชีพ กลุ่มควบการลงทุน กลุ่มสะสมทรัพย์ กลุ่มบำนาญ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมนำทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านการวางแผนประกันชีวิตครบวงจร เพื่อช่วยให้ทุกคนมีหลักประกันที่มั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ด้วยความมุ่งมั่นสร้างการเข้าถึงได้ของประกันชีวิตให้กับทุกคนในสังคม
โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํากระทรวงการคลัง ประธานในพิธีเปิด นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วมงานมหกรรมการเงิน Money Expo พร้อมด้วย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายศรายุธ ทินกร ณ อยุธยา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รวมทั้งผู้บริหาร ตัวแทนนักวางแผนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมในพิธีเปิดบูธเมืองไทยประกันชีวิต
ครบรอบ 30 ปี : โฮมโปร ครบรอบ 30 ปี ขอบคุณคนรักบ้านทั่วประเทศแบบจัดเต็มส่งท้ายปี กับงาน HomePro EXPO หรือ โฮมโปร เอ็กซ์โป ภายใต้คอนเซปต์ ทุบทุกราคา ทะลุทุกสถิติ มหกรรมสินค้าและบริการเรื่องบ้านครบทุกหมวดไว้ในงานเดียว พร้อมโปรโมชัน Flash Sale ลดเปรี้ยงทุกวัน เติมสีสันด้วยสตรีทฟู้ดร้านเด็ด ไลฟ์สดจากคนดัง พร้อมบริการส่งฟรีไม่ต้องหิ้วกลับ ชวนทุกครอบครัวมาเปิดประสบการณ์ช้อป ชิม ชิลเต็มที่ตลอด 10 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 6–15 พฤศจิกายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9–10