
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เปิดตัว Lecspro ผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชสูตรใหม่สำหรับนาข้าว พร้อมแนะนำนวัตกรรมอารักขาพืชสำหรับการดูแลข้าวในแต่ละช่วงตลอดฤดูเพาะปลูก
นายวีรพล เจริญพานิช กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการกลุ่มธุรกิจครอปซายน์ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า การดูแลนาข้าวให้เหมาะสมในแต่ละช่วงของฤดูเพาะปลูกเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรจัดการแปลงนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดตัวเลคสโปร
พร้อมนำเสนอวาเยโก นาติโว และเอเทียจ สะท้อนความมุ่งมั่นของไบเออร์ในการนำเสนอนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์ตั้งแต่การจัดการวัชพืชในช่วงเริ่มต้น การดูแลโรคและแมลงศัตรูข้าว ไปจนถึงการดูแลคุณภาพเมล็ดก่อนเก็บเกี่ยว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพข้าวของเกษตรกรไทย
โดยโซลูชันครบวงจร เพื่อข้าวแข็งแรงตั้งแต่เริ่มปลูกถึงก่อนเก็บเกี่ยวการดูแลนาข้าวเริ่มตั้งแต่ ช่วงเริ่มต้นหลังการหว่าน ซึ่งการจัดการวัชพืชมีความสำคัญต่อการตั้งตัวของต้นข้าว เลคสโปร (Lecspro) ช่วยควบคุมวัชพืชสำคัญในนาข้าวอย่างครอบคลุม
ทั้งหญ้าข้าวนก หญ้ากระดูกไก่ วัชพืชใบกว้าง หนวดปลาดุก และกกต่าง ๆ โดยเป็นสูตรครีมที่ผสมง่าย ไม่ติดหัวฉีด และใช้ได้ดีกับโดรน ช่วยลดเวลาและลดความจำเป็นในการพ่นซ้ำ พร้อมดูแลต้นข้าวไม่ให้แดงหรือชะงัก สามารถใช้ได้ในช่วง 7–9 วันหลังหว่านข้าว โดยผลิตภัณฑ์ขนาด 500 มิลลิลิตร ใช้ได้ในพื้นที่ 5 ไร่
เมื่อข้าวเข้าสู่ ระยะแตกกอ (อายุประมาณ 25–30 วัน) หลังการใส่ปุ๋ยรอบแรกประมาณ 5–7 วัน เกษตรกรสามารถพิจารณาใช้ วาเยโก (Vayego) เพื่อช่วยจัดการหนอนศัตรูข้าวระยะแรก เช่น หนอนม้วนใบ และหนอนกอข้าว โดยผลิตภัณฑ์ขนาด 250 ซีซี ใช้ได้ถึง 7 ไร่ และเหมาะสำหรับการพ่นผ่านโดรนเกษตร
ในระยะตั้งท้อง (อายุประมาณ 50–60 วัน) ซึ่งเป็นช่วงหลังการใส่ปุ๋ยรอบสองประมาณ 5–7 วัน ต้นข้าวอาจเผชิญทั้งหนอนศัตรูข้าวและโรคพืช เกษตรกรสามารถพิจารณาใช้ วาเยโก เพื่อช่วยจัดการหนอนม้วนใบ และหนอนกอข้าว
ขณะที่ นาติโว (Nativo) ช่วยป้องกันและจัดการโรคสำคัญในนาข้าว เช่น โรคกาบใบแห้งและโรคใบไหม้ ตามความเหมาะสมของสภาพแปลงและคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
สำหรับช่วง ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 20–25 วัน ซึ่งเป็นระยะสำคัญต่อคุณภาพผลผลิต เอเทียจ (Etiage) ช่วยป้องกันโรคเมล็ดด่างที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพเมล็ด พร้อมช่วยดูแลคุณภาพเมล็ดข้าวให้สวยใส เป็นที่ต้องการของโรงสีหรือผู้รับซื้อ โดยเป็นสูตรครีมเข้มข้นที่ผสมง่าย ใช้งานสะดวก และเหมาะสำหรับการพ่นผ่านโดรน ผลิตภัณฑ์ขนาด 500 มิลลิลิตร ใช้ได้ถึง 8 ไร่
ทั้งนี้ เกษตรกรควรพิจารณาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามชนิดและระดับการระบาด สภาพแปลง และช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และเลือกเทคนิคการพ่น อุปกรณ์ และหัวพ่นให้เหมาะสม เพื่อให้การใช้ผลิตภัณฑ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้ใช้ พืชปลูก และพื้นที่โดยรอบ
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของไบเออร์ในการทำงานเคียงข้างเกษตรกรไทย ผ่านการนำเสนอนวัตกรรม องค์ความรู้ เทคนิคการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม และแนวทางการดูแลนาข้าวตลอดฤดู เพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพผลผลิต และความยั่งยืนของภาคการเกษตรไทย ภายใต้พันธกิจทุกคนมีสุขภาพดี ไม่ขาดแคลนอาหาร
รุกตลาดสุขภาพ : แบรนด์รังนกแท้ เดินหน้าขยายบทบาทแบรนด์สู่การเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ประกาศแนวคิดการสื่อสารใหม่ เพราะคุณคือเพชรล้ำค่า ใส่ใจตัวเองทุกวันกับแบรนด์รังนกแท้มุ่งยกระดับการดูแลตัวเองของคนยุคใหม่ ด้วยการบำรุงอย่างล้ำลึก ชูนวัตกรรมขั้นสูง FTIR (Fourier-Transform Infrared Spectroscopy)
ทั้งนี้ถือเป็นเทคโนโลยีที่ใช้แสงอินฟราเรดในการวิเคราะห์โครงสร้างและองค์ประกอบของสารในระดับโมเลกุล สะท้อนถึงมาตรฐานและความพิถีพิถันในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพและพิสูจน์ความแท้ของรังนกก่อนส่งต่อไปยังผู้บริโภค พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ระดับไอคอน แอน ทองประสมที่มาร่วมถ่ายทอดคุณค่าของการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองในทุก ๆ วัน ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่
Eco Play Green : AIS ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิด AIS SPARK SPACE” คอมมูนิตี้สเปซแห่งใหม่ จุดประกายการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ ณ ชั้น 1 อาคารวิศวฯ 100 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิด Eco Play Green เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ การทำงาน และการแลกเปลี่ยนไอเดียเข้ากับศักยภาพด้านเทคโนโลยีและโครงข่ายของ AIS พร้อมเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้ โดยไม่จำกัดเฉพาะนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัย
โดยความร่วมมือครั้งนี้ AIS ได้นำศักยภาพด้านเทคโนโลยีและโครงข่ายการสื่อสาร ทั้ง เครือข่าย 5G-ADVANCED และบริการ AIS WiFi มาสนับสนุนการเชื่อมต่อภายในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ การทำงาน และการแลกเปลี่ยนไอเดีย พร้อมสร้างประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลที่สะดวกและต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงความรู้ เชื่อมต่อความคิด และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ
ทั้งนี้มีนางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร เอไอเอส, รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผศ.ดร.สุรัฐ ขวัญเมือง รองคณบดีฝ่ายบริหาร (กายภาพ/สื่อสารองค์กร/วิรัชกิจ) ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิด AIS SPARK SPACE ตอกย้ำความตั้งใจของ AIS ในการนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อมาสร้างพื้นที่แห่งโอกาส และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน