รอบรั้วการตลาด : OKMD เปิดจักรวาลดนตรี ปั้น 11 วงเยาวชนไทย ก้าวสู่เส้นทางศิลปินอาชีพ

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รอบรั้วการตลาด : OKMD เปิดจักรวาลดนตรี ปั้น 11 วงเยาวชนไทย ก้าวสู่เส้นทางศิลปินอาชีพ

Date Time: 19 ส.ค. 2569 07:00 น.

Video

เบื้องหลัง SpaceX ถ้าไม่ทำกำไร นักลงทุนคาดหวังอะไรกับ IPO ครั้งนี้? | Digital Frontiers EP.67

Summary

OKMD เดินหน้าสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยที่มีความฝันด้านดนตรี ผ่านโครงการ Talent Everywhere ระยะที่ 2 ภายใต้แนวคิด Into the Music Universe and Beyond เพื่อเส้นทางการเป็นศิลปินในอุตสาหกรรมดนตรี

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD กล่าวว่า เยาวชนไทยมีความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ไม่แพ้ใคร แต่สิ่งที่เยาวชนจำนวนหนึ่งยังขาดคือพื้นที่สำหรับทดลองทำงานจริง การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ และโอกาสที่จะมองเห็นเส้นทางอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ OKMD จึงนำแนวคิด Camp Based Learning หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียนมาใช้เป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริงในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการทำงานในอุตสาหกรรม แทนการเรียนรู้จากทฤษฎีเพียงอย่างเดียว 

"โครงการที่เดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสอนทักษะ แต่ต้องการสร้างฐานปล่อยยานที่ทำให้เยาวชนได้ค้นพบตัวตน ได้ประกอบสร้างผลงาน และได้เรียนรู้ว่าการเดินทางสู่จักรวาลดนตรีในฐานะศิลปินอาชีพต้องทำงานร่วมกับคนอื่นอย่างไร"


โครงการ Talent Everywhere มีผู้สมัครกว่า 2,000 คน สู่ 11 วงบนเวทีจริงในปีที่ 2 โครงการ Talent Everywhere ได้รับความสนใจจากเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่า 2,000 คน ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกและ Audition เหลือประมาณ 500 คน เข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะ และคัดเลือกต่อเป็น 100 วงดนตรี ก่อนพัฒนาอย่างเข้มข้นจนเหลือ 11 วงที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการ Pre-Debut

สำหรับ 11 วงดนตรีที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ Backyard, Zizters, Sleeplezzz, Zinith, Magazine No.19, Do Zero, Red Ribbon, The Make Shape, The Blue Pillow, Soulgoof และ Follow Me โดยเยาวชนทั้ง 11 วงได้เข้าสู่กระบวนการเก็บตัวและพัฒนาผลงานในฐานะศิลปินจริง ภายใต้แนวคิด คิด–สร้าง–ทำ–โชว์ ซึ่งมุ่งยกระดับการเรียนรู้จากทักษะรายบุคคลไปสู่การทำงานร่วมกันเป็นวง และให้แต่ละวงสามารถค้นพบตัวตนของตนเอง ทั้งแนวดนตรี สไตล์ วิธีคิด และเรื่องราวที่ต้องการสื่อสารกับผู้ฟัง

โดยกระบวนการบ่มเพาะไม่ได้กำหนดให้ทุกวงต้องมีรูปแบบเดียวกัน แต่ให้ความสำคัญกับความฝันและ Passion ของเยาวชนควบคู่ไปกับทักษะทางดนตรี เพื่อให้แต่ละวงสามารถพัฒนาตนเองในทิศทางที่เหมาะสมกับตัวตนของตัวเอง 

พงศ์จักร พิษฐานพร หนึ่งใน Camp Director กล่าวว่า การพัฒนาศิลปินในปัจจุบันจำเป็นต้องมองมากกว่าความสามารถด้านดนตรี เนื่องจากผู้ฟังแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน การสร้างศิลปินจึงต้องค้นหาความเป็นตัวตนที่ชัดเจน ทั้งแนวเพลง สไตล์ วิธีคิด และสิ่งที่ต้องการสื่อสาร พร้อมกับการพัฒนา Mindset เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนเข้าสู่อุตสาหกรรมในสิ่งที่พวกเขาเป็น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวตนของศิลปิน 

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของโครงการคือการทำให้เยาวชนเข้าใจว่าเส้นทางศิลปินในปัจจุบันต้องอาศัยองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ตัวตน และวินัย เยาวชนได้เรียนรู้ตั้งแต่การแต่งเพลง การสร้างผลงาน การวาง Roadmap ชีวิต การสื่อสารผ่าน Social Media ตลอดจนการทำงานร่วมกับทีมงานมืออาชีพ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมดนตรี


นอกจากนี้ โครงการยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในวงการโดยตรง เพื่อให้เห็นภาพอุตสาหกรรมดนตรีในมุมที่กว้างขึ้น และสามารถนำประสบการณ์ไปต่อยอดหลังจบโครงการ 

OKMD มองว่า ในยุคปัจจุบันศิลปินมีช่องทางสร้างผลงานและสื่อสารกับผู้ฟังได้ด้วยตนเองมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอการสนับสนุนจากค่ายเพลงเพียงช่องทางเดียว ขณะเดียวกันการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้พบกับผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาเห็นเส้นทางการทำงานจริง

ด้วยเหตุนี้ OKMD จึงเปิดโอกาสให้ผู้แทนฝ่าย A&R จากค่ายเพลงต่าง ๆ เข้าร่วมชมผลงานของเยาวชนในงาน Talent Fest เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสู่เส้นทางอุตสาหกรรมดนตรีจริง โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้เยาวชนประสบความสำเร็จบนเวที แต่คือการทำให้พวกเขาสามารถเดินหน้าต่อบนเส้นทางที่เลือกได้ด้วยตนเอง Talent Fest เปิด 3 เวที ดันศิลปินหน้าใหม่กว่า 40 วง

สำหรับงาน Talent Fest: Into the Music Universe and Beyond จะจัดขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00–22.00 น. ณ 1981 Soul&Sold โดยออกแบบบรรยากาศภายใต้แนวคิด “ฐานปล่อยยาน” ทั้งในด้านภาพลักษณ์ แสง สี เสียง และลำดับการแสดง เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมเสมือนร่วมเดินทางส่งเยาวชนเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรีไปพร้อมกัน 

ภายในงานแบ่งออกเป็น 3 เวที ได้แก่ Rocket Stage เวทีหลักสำหรับการแสดง Pre-Debut ของ 11 วงที่ผ่านการคัดเลือก ขณะที่ UFO Stage และ Satellite Stage เปิดพื้นที่ให้วงดนตรีจากโครงการ Talent Everywhere อีก 30 วงร่วมแสดงผลงาน ส่งผลให้งานครั้งนี้เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับศิลปินเยาวชนหน้าใหม่กว่า 40 วง ในการแสดงศักยภาพต่อหน้าผู้ชมและบุคลากรในอุตสาหกรรม

 สำหรับ 11 วงที่ขึ้นแสดงบน Rocket Stage ทุกเพลงล้วนเป็น ผลงานต้นฉบับ ที่เยาวชนพัฒนาร่วมกับทีมงานตลอดช่วงการเข้าค่าย ตั้งแต่การแต่งเนื้อร้อง ทำนอง ไปจนถึงการบันทึกเสียงเป็น Pre-Master Song ของตนเอง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญจากการเป็นผู้เข้าร่วมโครงการสู่การเป็นศิลปินที่มีผลงานของตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากเวทีการแสดงแล้ว Talent Fest ยังประกอบด้วยพื้นที่ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ ผลงาน และเครือข่ายเข้าด้วยกัน ได้แก่ Talent Comet Market Zone พื้นที่ตลาดและนิทรรศการผลงานเยาวชน, OKMD Zone หรือ Space Station พื้นที่เรียนรู้เส้นทางสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และ Mercury Mingle Zone พื้นที่พบปะและสร้างเครือข่ายระหว่างศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการ

 ไฮไลต์สำคัญของงานยังรวมถึงการแสดงจากศิลปินแนวหน้า PARADOX และ TILLY BIRDS ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมกิจกรรมจากศิลปินและโปรดิวเซอร์มืออาชีพ ทำให้ Talent Fest ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลดนตรีหรือคอนเสิร์ต แต่เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การแสดงออก และการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมดนตรี 


วิเชียร ฤกษ์ไพศาล หนึ่งใน Camp Director กล่าวว่า ศิลปินในปัจจุบันจำเป็นต้องมีมากกว่าทักษะด้านดนตรี ทั้งการรู้จักตัวเอง การสื่อสารความคิด การทำงานร่วมกับทีม และความเข้าใจกระบวนการสร้างผลงานหนึ่งชิ้น โครงการจึงออกแบบให้เยาวชนได้พบกับโจทย์จริง ข้อจำกัดจริง และการทำงานกับมืออาชีพ ก่อนที่จะออกเดินทางเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรีด้วยตัวเอง 

การจัด Talent Fest ครั้งนี้จึงสะท้อนแนวคิด Camp Based Learning ที่ OKMD ให้ความสำคัญ เพราะการเรียนรู้ผ่านแคมป์เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากผู้รู้และจากเพื่อน ได้ทดลองทำจริง และได้แสดงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยมีความรัก ความฝัน และพลังในการพัฒนาตนเองเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

OKMD ขอเชิญชวนเยาวชน ผู้ปกครอง คนรักดนตรี และผู้สนใจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ร่วมชมงาน Talent Fest: Into the Music Universe and Beyond ในวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00–22.00 น. ณ 1981 Soul&Sold เพื่อร่วมสัมผัสพลัง ความตั้งใจ และผลงานของว่าที่ศิลปินไทย พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อเส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมดนตรี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสให้เยาวชนไทยได้ก้าวจาก ฐานปล่อยยาน ไปสู่ จักรวาลดนตรี อย่างเต็มศักยภาพติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: OKMD


สื่อสารที่เข้าถึงประชาชน : เมืองไทยประกันชีวิตตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ จากผล Social Monitoring & Listening เมษายน–มิถุนายน 2569 ซึ่งได้รับการกล่าวถึงรวม 256,448 Mentions คิดเป็น Share of Voice 42% จากทั้งหมด 613,411 Mentions ในกลุ่มแบรนด์ประกันชีวิตที่ทำการติดตาม ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ 37% โดยมีแรงสนับสนุนจากการสื่อสารด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ การบริการลูกค้า และรายการออนไลน์ Go Healthier with MTL  ซึ่งมี คุณสาริศา ล่ำซำ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เมืองไทยประกันชีวิตสามารถเชื่อมโยงการสื่อสาร ผลิตภัณฑ์ บริการ และคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ เข้ากับความสนใจของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสียงตอบรับที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์เป็นภาพสะท้อนสำคัญของการรับรู้ ความสนใจ และการมี ส่วนร่วมของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง 

เมื่อพิจารณาเป็นรายเดือน เมืองไทยประกันชีวิตได้รับการกล่าวถึงจำนวน 108,200 Mentions ในเดือนเมษายน  93,986 Mentions ในเดือนพฤษภาคม และ 54,262 Mentions ในเดือนมิถุนายน สะท้อนถึงการสื่อสารและกิจกรรมของบริษัทฯ ที่สามารถสร้างการรับรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาส ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ ช่องทางดิจิทัล และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน 

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิตยังได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกรวม 1,676 Mentions โดยเดือนพฤษภาคมเป็นเดือนที่ได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกสูงสุดที่ 900 Mentions ตามด้วยเดือนเมษายน 561 Mentions และเดือนมิถุนายน 215 Mentions ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสนใจของประชาชนที่มีต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ

ประเด็นที่ได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกส่วนใหญ่มาจากด้านผลิตภัณฑ์ 52% รองลงมาคือ บริการหลังการขาย 21% และภาพลักษณ์แบรนด์ 19% โดยแรงสนับสนุนสำคัญมาจากแคมเปญ D Health Lite และ BBPK กิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนการให้บริการผ่าน MTL Customer Contact Center บริการ Video Call และ #MTLsmileservice ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลและบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น 

อีกหนึ่งคอนเทนต์สำคัญที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของ Share of Voice ในไตรมาสนี้ คือรายการออนไลน์ด้านสุขภาพและประกัน Go Healthier with MTL โดยมี คุณสาริศา ล่ำซำ เป็นผู้ดำเนินรายการ ถ่ายทอดความรู้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในประเด็นสุขภาพใกล้ตัว อาทิ ฝุ่น PM2.5 อัลไซเมอร์ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต การนอน เชื้อดื้อยา และ EP.7 ล่าสุด เรื่อง HYROX กับการเตรียมความพร้อมก่อนลงแข่งจริง ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง 

ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวสะท้อนว่า Share of Voice ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขการกล่าวถึงบนโลกออนไลน์ แต่เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนที่แสดงถึงผลลัพธ์ของการดำเนินงาน ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับบริการ และการสื่อสารที่เข้าถึงผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน เมืองไทยประกันชีวิตจึงยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าและประชาชน เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

การวิเคราะห์ครั้งนี้จัดทำโดย Wisesight ผู้ให้บริการด้าน Social Data Analytics และ Social Intelligence ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการรวบรวมและวิเคราะห์เสียงผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อนำไปสู่ข้อมูลเชิงลึกสำหรับการวางแผนและตัดสินใจขององค์กร โดยรวบรวมข้อความมากกว่า 15 ล้านข้อความต่อวัน และให้บริการแก่องค์กรกว่า 300 แห่ง


ลุยปั้นป่าหลากสี : ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดพิธีปิดโครงการประกวดออกแบบ “ป่าชุมชนหลากสี” พร้อมประกาศผลชนะเลิศ โดยมี นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ คณะผู้บริหารธนาคาร ตลอดจนภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ให้เกียรติเข้าร่วมภายในงาน ณ ห้องโกมุท ชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ อาคารสำนักงานใหญ่ สีลม 

โดยภายหลังการนำเสนอผลงานของ 10 ทีมสุดท้าย ด้วยเกณฑ์การตัดสิน 5 ด้าน คือ ด้านการวิเคราะห์พื้นที่ ด้านความยั่งยืน ด้านการออกแบบ ด้านความสวยงาม และด้านการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผลปรากฏว่า ทีม 74 จากคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียน นิสิต และนักศึกษา รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ขณะที่ ทีม FIELD ASSOCIATE คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทบุคคลทั่วไป รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ หลังผ่านการแข่งขันตลอดระยะเวลา 4 เดือน จากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 156 ทีม มีผลงานส่งเข้าประกวด 92 ผลงาน

 สำหรับโครงการดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และประชาชนร่วมเสนอแนวคิดพัฒนา “ป่าชุมชนถ้ำเสือ” จ.เพชรบุรี เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งผลงานที่ชนะการประกวดผลงานการออกแบบ “ป่าชุมชนหลากสี” ธนาคารจะนำมาจัดแสดง ณ ธนาคารกรุงเทพ อาคารสำนักงานใหญ่ สีลมในเดือนกันยายนนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้สนใจร่วมชมผลงานและแลกเปลี่ยนมุมมอง ก่อนนำแนวคิดที่ได้รับการคัดเลือกไปต่อยอดสู่การพัฒนาพื้นที่จริง เพื่อร่วมสร้างต้นแบบการอนุรักษ์และพัฒนาป่าชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ