
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เปิดโครงการ “คลุกเคล้าข้าวแกง” เดินหน้าผลักดันข้าวแกงไทยสู่มรดกอาหารแห่งเอเชียปูทางขึ้นทะเบียนยูเนสโกพร้อมใช้สื่อสร้างสรรค์ขยายการรับรู้ในต่างประเทศและต่อยอดฟู้ดอีโคโนมีมูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท
นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า กองทุนฯ เปิดตัวโครงการ “คลุก เคล้า ข้าวแกง” (Cook Cul Khao Gaeng) เพื่อผลักดันข้าวแกงไทยสู่การเป็นมรดกอาหารแห่งเอเชีย พร้อมต่อยอดสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโกในอนาคต โดยใช้สื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือถ่ายทอดคุณค่าของข้าวแกงไทยในฐานะอาหารที่สะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น
ทั้งนี้ โครงการจะจัดทำสารคดีสั้น รายการโทรทัศน์ คอนเทนต์ออนไลน์ และอินโฟกราฟิก เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับข้าวแกงไทยผ่านสื่อต่าง ๆ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้ได้นำข้าวแกงไทยไปจัดแสดงในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวยุโรป รวมถึงใช้เวทีดังกล่าวประชาสัมพันธ์โครงการและศักยภาพอาหารไทยในตลาดโลก
ด้าน นางสาวสาธิตา โสรัสสะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ณัฐสุรงค์ จำกัด และหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวต่อยอดจากการประกวด “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล” เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานร้านข้าวแกงทั่วประเทศ โดยเป้าหมายระยะต่อไปคือผลักดันให้ข้าวแกงไทยได้รับการยอมรับในฐานะมรดกอาหารของชาติและของภูมิภาคเอเชีย ก่อนผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก เช่นเดียวกับต้มยำกุ้ง
นางสาวสาธิตา กล่าวว่า ข้าวแกงไม่ใช่เพียงอาหารยอดนิยมของคนไทย แต่ยังเป็นตัวแทนวัฒนธรรมอาหารที่พบได้ในทุกภูมิภาคของประเทศ สามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านเมนูและวัตถุดิบที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีศักยภาพต่อยอดเป็น Soft Power และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดโลก
นอกจากนี้ ยังมองว่าข้าวแกงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของ “ฟู้ด อีโคโนมี” ของไทย เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารในประเทศมีมูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท ขณะที่ร้านข้าวแกงและสตรีทฟู้ดเป็นกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และไมโครเอสเอ็มอีจำนวนมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานราก การผลักดันข้าวแกงไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติจึงไม่เพียงช่วยยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทย แต่ยังเปิดโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการรายย่อยและอุตสาหกรรมอาหารของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมภัตตาคารไทย บริษัท ณัฐสุรงค์ จำกัด และรายการเปรี้ยวปาก