
หากพูดถึงชื่อของ “ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร” หลายคนคงมี ภาพจำของเธอในฐานะนางเอกดาวรุ่งจากละครช่อง 3 เรื่อง “ขวัญฤทัย” หรือนักแสดงเจ้าบทบาทจากภาพยนตร์ “ร่างทรง” แต่ในอีกบทบาทที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน คือการสวมหมวกเป็น CEO สาววัย 26 ปี ที่กำลังพาธุรกิจร้าน Smoothie โยเกิร์ตแบรนด์ “Yoppa Yogurt” (โยปป้า โยเกิร์ต) เติบโตอย่างก้าวกระโดดเขย่าวงการด้วยยอดขายและสาขาแฟรนไชส์ที่ทะยาน 50 สาขาในเวลาเพียงไม่กี่เดือน!!
เส้นทางของ “ญดา” เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 13 ปี เพราะต้องการหารายได้มาช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัว แบ่งเบาภาระคุณแม่ที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ตั้งแต่เธออายุเพียง 3 ขวบ ด้วยความเป็นเด็กหน้าตาน่ารักและตั้งใจทุ่มเทอยากได้งาน เธอจึงมุ่งมั่นเดินสายแคสต์งานต่างๆเพื่อไขว่คว้าหา ทำให้ในปีนั้นปีเดียวเธอคว้างานได้มากกว่า 70 งาน จนแทบไม่มีเวลาไปโรงเรียน
ประกอบกับช่วงนั้นคุณแม่ไม่สบายต้องใช้เงินรักษาตัว “ญดา” จึงตัดสินใจออกไปเรียนการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อสอบเทียบวุฒิ GED มัธยมปลายตามหลักสูตรของสหรัฐอเมริกา เพื่อที่จะได้เรียนและทำงานไปพร้อมกัน ไม่อยากทิ้งโอกาสที่เข้ามา ในที่สุดเธอสอบเทียบจบมัธยมปลายได้ตอนอายุ 16 ปี และสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยรังสิตในปีถัดมา
เธอเล่าว่าต้องเรียนและทำงานหนัก เพื่อเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำให้ตารางชีวิตที่เริ่มตั้งแต่ตี 5 บางวันลากยาวไปจนถึงตี 2-3 ต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี ต้องมีวินัยและพยายามจัดการทั้งตารางกองถ่าย การเรียน การสอบให้ครบทุกอย่าง “บางวันเรียนออนไลน์จากกองถ่าย หลายวิชา “ญดา” แทบไม่มีเวลาเข้าเรียนเหมือนนักศึกษาทั่วไป ต้องขออาจารย์ทำรายงานหรือส่งงานเพิ่มแทนการเข้าเรียน”
ความเครียดจากการทำงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เธอเป็นไทรอยด์ตั้งแต่อายุยังน้อย ขณะที่การต้องอ่านหนังสือหรืองานวิจัยที่อาจารย์ให้โจทย์มาทำงานเพิ่ม ทำให้เธอสามารถนำมาต่อยอดการทำธุรกิจ ทั้งการสร้างแบรนด์ ความเข้าใจผู้บริโภค และการวางแผนให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการสร้างธุรกิจของเธอ
เพราะระหว่างนั้น “ญดา” ได้ทดลองเปิดร้านขายกิฟต์ช็อปในออนไลน์ โดยตั้งชื่อแบรนด์ว่า“Today I Miss You” ด้วยทุนเริ่มต้นเพียง 2,000 บาท เธอเล่าว่า เธอขายเครื่องประดับแฮนด์เมด โบ กิ๊บติดผม สร้อยคอ-สร้อยข้อมือลูกปัด กระเป๋าตกแต่งต่างๆ โดยลงมือทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่หาสินค้า ออกแบบโลโก้ ตอบแชทลูกค้า แพ็กสินค้าจัดส่งของ ซึ่งขายดีมาก บางวันขายได้หลายหมื่นบาท และเคยไปออกบูธขายได้ยอดขายสูงถึงหลักแสนบาท แต่สุดท้ายต้องหยุดทำ เพราะงานในวงการบันเทิงเพิ่มขึ้นจนไม่มีเวลาดูแลร้านได้เต็มที่!!
แต่ประสบการณ์ครั้งนั้นได้เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอได้เรียนรู้การทำธุรกิจ ก่อนที่จะมาเป็นธุรกิจล่าสุด “Yoppa Yogurt” Smoothie โยเกิร์ตปั่น โดยเปิดร้านที่สยามสแควร์ ซอย 3 เมื่อเดือนมีนาคม ต้นปี 69 ที่ผ่านมา เพราะอยากมีรายได้เสริมที่มั่นคง จึงมองหาธุรกิจที่ตอบโจทย์ระยะยาว เมื่อเห็นว่าเรื่องสุขภาพกับ Longevity กำลังได้รับความสนใจ ผู้บริโภคมองหาอาหารที่ไม่เพียงอร่อย แต่ต้องดีต่อสุขภาพด้วย เมื่อตัดสินใจได้ เธอจึงเริ่มพัฒนาสูตรกับผู้เชี่ยวชาญทันที หลังมั่นใจในคุณภาพรสชาติและวัตถุดิบ เธอตัดสินใจเปิดร้าน “Yoppa Yogurt” โดยเดิมพันด้วยเงินลงทุนที่สะสมจากการทำงานมาทั้งชีวิต 6-7 ล้านบาท
“ญดา” อธิบายว่า “Yoppa Yogurt” มีจุดเด่นที่ทำให้แบรนด์ต่างจากคู่แข่งคือการเป็น “ซินไบโอติก” (Synbiotic) ที่รวมโพรไบโอติกและพรีไบโอติกเข้าด้วยกัน ช่วยปรับสมดุลลำไส้ พร้อมชูจุดขาย “หวานน้อย” เพราะต้องการเป็นโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพจริงๆ ปรากฏว่า เปิดร้านวันแรก มีลูกค้าโดยเฉพาะแฟนคลับทั้งไทยและต่างชาติมารออุดหนุนกันล้นหลามต่อแถวยาว สร้างความคึกคักให้ย่านสยามสแควร์ต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน หลังจากนั้นมีผู้ติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์เข้ามาจำนวนมาก ดังนั้นเพียง 4 เดือนหลังเปิดตัว Yoppa Yogurt มีผู้ซื้อแฟรนไชส์ไปแล้วกว่า 60 สาขาทั่วประเทศ!! “ที่ขยายแฟรนไชส์ได้เร็วเพราะเงื่อนไขที่ “แฟร์และเป็นธรรม” กับผู้ร่วมทุน ขายสิทธิแฟรนไชส์เพียง 180,000 บาท ไม่บังคับว่าต้องจ้างช่างก่อสร้างที่กำหนดเท่านั้น และไม่บังคับซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบทุกอย่างจากส่วนกลาง ยกเว้นวัตถุดิบที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้ผู้ร่วมลงทุนควบคุมต้นทุนและคืนทุนได้เร็วที่สุด” เธอว่า
แต่สิ่งที่ “ญดา” ให้ความสำคัญ คือ ทีม QC ที่ต้องสุ่มตรวจมาตรฐานสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพและรสชาติทุกสาขาต้องเป๊ะเหมือนสาขาต้นแบบ รวมทั้ง Knowhow ระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เธอมองว่าตลาดอาหารสุขภาพยังโตได้อีกมาก และเชื่อว่าธุรกิจแฟรนไชส์จะอยู่ได้ยาว เมื่อเจ้าของแบรนด์กับผู้ลงทุนเติบโตไปด้วยกัน “ญดาไม่อยากให้ Yoppa Yogurt เป็นร้านที่ดังแค่ช่วงสั้นๆ แต่อยากให้ลูกค้านึกถึงเราเมื่อพูดถึงโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ ทุกวันนี้ยังคงพัฒนาเมนูใหม่ ระบบหลังบ้านและผู้ซื้อแฟรนไชส์เพื่อให้แข่งขันได้ หากหยุดพัฒนา ต่อให้วันนี้ขายดี วันหนึ่งก็อาจถูกแทนที่ได้ เพราะชื่อเสียงช่วยให้คนรู้จักแบรนด์เร็วขึ้น แต่ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำหรือไม่ ขึ้นกับคุณภาพ รสชาติ การบริการและความคุ้มค่า ชื่อเสียงช่วยเปิดประตูได้ แต่ไม่สามารถทำให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้ตลอด หากสินค้าไม่ดีจริง”
“ญดา” ตั้งเป้าว่า สิ้นปี 69 จะมีแฟรนไชส์รวม 80-100 สาขา และมีร้านที่เธอเป็นเจ้าของเองอีก 9 สาขา จากนั้นอาจขยายไปต่างประเทศ ก่อนจบการสัมภาษณ์ เธอแย้มมาให้เราได้ตื่นเต้นอีกว่า ตอนนี้เธอกำลังพัฒนาแบรนด์สกินแคร์ชื่อ “Cloud : คลาวด์” ที่เน้นความปลอดภัยและสร้างความแข็งแรงให้ผิวในระยะยาว เพราะการมีสุขภาพดีไม่ได้มีเฉพาะอาหาร แต่รวมถึงการดูแลร่างกายและผิวพรรณด้วย
Business on my way ของ “ญดา” หญิงสาววัย 26 ในวันนี้เธอบอกว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้มาถึงจุดนี้คือ “ความศรัทธาและความไม่ยอมแพ้” ธุรกิจอาจเริ่มต้นจากความฝันหรือต้องการมีรายได้ที่มั่นคง แต่จะเติบโตได้ ด้วยการเรียนรู้และลงมือทำ “ญดา” เชื่อว่าเมื่อเราศรัทธาในสิ่งที่ทำ เราจะมีพลังพอที่จะเดินผ่านปัญหา แต่ความศรัทธาต้องมาพร้อมการลงมือทำ เธอจึงเรียนรู้และลงมือเองทุกขั้นตอน เมื่อธุรกิจใหญ่ขึ้น ไม่สามารถทำทุกอย่างเองได้ ต้องสร้างทีม วางระบบและมอบหมายงาน แต่ยังต้องติดตามหน้างาน
ดังนั้น ความศรัทธาไม่ได้หมายถึงการนั่งรอให้ความสำเร็จเกิดขึ้น และความสำเร็จของเธอไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายหลักพันล้าน แต่คือการพร้อมที่จะปรับตัวและยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ที่เข้ามาให้พิสูจน์ตัวเอง เพราะทุกช่วงชีวิตที่ผ่านมา ได้สอนให้เธอรู้ว่า ไม่มีเส้นทางใดได้มาโดยไม่ต้องจ่าย แม้แต่ชื่อเสียงในฐานะนักแสดง ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าธุรกิจจะสำเร็จ” ญดากล่าวทิ้งท้าย.
เลดี้แจน
คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม