
สยามพิวรรธน์ผนึก Alipay+ เสริมแกร่ง Digital Payment Ecosystem ยึดหัวหาดนักท่องเที่ยวคุณภาพใน APAC
สยามพิวรรธน์ ผู้นำในการพัฒนาจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination) ของไทย เดินหน้ายกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Alipay+ ผู้ให้บริการ Global Payment Gateway และ Digital Payment Ecosystem ภายใต้ Ant International
ทั้งนี้เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์การเดินทางและการชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Experience) สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง Non-China ในเอเชีย โดยเฉพาะเวียดนาม พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว (Tourism Economy) ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุคดิจิทัล
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการผสานจุดแข็งระหว่าง World-Class Destination ของไทยและ Global Payment Ecosystem ระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์นักเดินทางยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
ธนวรรณ อรรคลีพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ Tourist Management บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า โครงการของสยามพิวรรธน์เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ที่ครองฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มองหาประสบการณ์ระดับพรีเมียมและแตกต่างความร่วมมือกับ Alipay+ จึงไม่ได้จำกัดการรองรับผู้ใช้งาน Alipay จากประเทศจีนเท่านั้น
แต่เป็นการสร้าง One Integration สำหรับร้านค้า เชื่อมต่อกับ Mobile wallet, ดิจิทัล แบงกิ้ง แอป และผู้ให้บริการด้านชำระเงิน ในหลายตลาด อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวสามารถใช้ช่องทางการชำระเงินที่คุ้นเคยจากประเทศต้นทาง เพื่อชำระสินค้าและบริการในต่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ
"ความร่วมมือในครั้งนี้ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางและการใช้จ่ายให้สะดวกและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น เชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน พร้อมขยายโอกาสสู่กลุ่มนักท่องเที่ยว Non-China ในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดศักยภาพสูงของประเทศไทยในอนาคต"
ด้าน สิทธิพงษ์ กิตติประภาพงศ์ Alipay+ Country Manager - Thailand, Indochina & South Asia Cluster, กล่าวว่า Alipay+ ช่วยให้พันธมิตรร้านค้าสามารถใช้ประโยชน์จากบริการที่ครบวงจรของเรา ทั้งด้านการชำระเงิน การตลาด และเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างรูปแบบการบริการทางดิจิทัลใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรด้านการชำระเงินระหว่างประเทศทั้ง 50 ราย
สำหรับความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกในประเทศไทยนี้ จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับนักเดินทางในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย
ปัจจุบันสัดส่วนการใช้จ่ายหลักยังมาจาก Chinese Wallet แต่สยามพิวรรธน์และ Alipay+ มองเห็นโอกาสการเติบโตครั้งสำคัญจากกลุ่ม Non-China Wallet โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากเวียดนาม เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายสำคัญของประเทศไทยในอนาคต
ทั้งนี้ ประเทศเวียดนามนับเป็นหนึ่งในตลาด Digital Payment ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Alipay+ ได้เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการชำระเงินท้องถิ่นรายสำคัญ อาทิ MoMo, ZaloPay และ Vietcombank ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจากภูมิภาคเอเชียได้มากยิ่งขึ้น
สยามพิวรรธน์และ Alipay+ มีความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 โดยร่วมกันพัฒนาแคมเปญการตลาดและสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้จ่ายที่สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ ครอบคลุมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ Alipay+
ตลอดจนกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมและ High Spending Customers ที่มองหาประสบการณ์ Luxury & Lifestyle Destination ระดับโลก ความสำเร็จจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีต่อโครงการของสยามพิวรรธน์ และบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของนักเดินทางจากทั่วโลก
ตัวเลขการเติบโตสะท้อนศักยภาพ World-Class Destination ของไทย ผลลัพธ์จากความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของสยามพิวรรธน์ในฐานะแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก มียอดใช้จ่ายผ่าน Alipay+ ภายในศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์ช่วงเดือน
มกราคม–พฤษภาคม 2569 เติบโตเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนธุรกรรมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 2.7 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่จำนวนผู้ใช้งาน เติบโต 2.7 เท่า เช่นเดียวกัน สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เลือกใช้บริการภายในโครงการของสยามพิวรรธน์
ทั้งนี้ ไอคอนสยาม และสยามพารากอน ยังคงเป็นโครงการหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของทั้งสองโครงการในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนผ่านแคมเปญการตลาดร่วมระหว่างทั้งสององค์กร โดยสยามพิวรรธน์ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดของ Alipay+ ในประเทศไทย จากการขับเคลื่อนแคมเปญร่วมที่สามารถสร้างการเติบโตของยอดใช้จ่ายได้อย่างแข็งแกร่ง และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก
ขณะเดียวกันความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสใหม่ในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Insights) เพื่อพัฒนาแคมเปญการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในมิติของสัญชาติ ประเภท Wallet หมวดหมู่สินค้า และพื้นที่การใช้จ่าย อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก
รวมทั้งการต่อยอดความร่วมมือเพื่อขยายฐานผู้ใช้งาน Alipay+ Non-China Wallet ในเอเชีย พร้อมศึกษาความร่วมมือด้าน Data Collaboration และการเชื่อมโยง Ecosystem กับพันธมิตรระดับโลก เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวดิจิทัลที่เชื่อมโยงการเดินทาง การใช้จ่าย และประสบการณ์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
ความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์และ Alipay+ ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังสะท้อนบทบาทของทั้งสององค์กรในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Global Tourism Destination สำหรับนักเดินทางยุคดิจิทัล และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
WE Pilates by WE Society : อภิรดี จังจุติกุล ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วี ฟิตเนส จำกัด กล่าวว่า ฟิตเนสในปัจจุบันไม่ใด้เป็นแค่พื้นที่ออกกำลังกาย แต่คือคอมมูนิตี้ที่ช่วยดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว เทรนด์ของคนรุ่นใหม่ในตอนนี้ให้ความสำคัญกับ Holistic Wellness ทั้งการดูแลรูปร่าง ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ และความมั่นใจในการเคลื่อนไหว เราจึงพัฒนา WE Pilates by WE Society ขึ้นมาภายใต้แนวคิด A Better Life Through Better Movement เพราะเชื่อว่าการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดีขึ้น
โดย WE Pilates by WE Society ให้บริการคลาสพิลาทิสแบบ 1-ON-1 โดยมีอุปกรณ์เฉพาะทางครบครัน เช่น Reformer, Cadillac, Combo Chair และ Ladder Barrel เพื่อให้ผู้สอนสามารถออกแบบการฝึกให้เหมาะกับพื้นฐานร่างกายและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการปรับ posture เสริม core strength เพิ่ม body control ฟื้นฟูร่างกาย หรือพัฒนาคุณภาพการเคลื่อนไหวอย่างถูกต้องและปลอดภัย
หนึ่งในความแตกต่างสำคัญของ WE Pilates by WE Society คือ การวาง มาตรฐานผู้สอน เป็นรากฐานของ แบรนด์ ไม่ใช่เพียงการออกแบบสตูดิโอหรือการใช้อุปกรณ์เฉพาะทางเท่านั้น ทีมผู้สอนของ WE Pilates by WE Society ทุกคนได้รับการคัดเลือกผ่านการอบรม และมีใบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดูแลสมาชิกในแต่ละ session เป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคน
เพื่อยกระดับมาตรฐานการสอนในระยะยาว WE Pilates by WE Society ยังเตรียมพัฒนาโปรแกรม อบรมผู้สอนอย่างต่อเนื่องร่วมกันกับ แองเจิล ชาน ผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าของวงการพิลาทิส โดยอ้างอิงหลักสูตรสากลของ Balanced Body ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาผู้สอนพิลาทิสที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
สำหรับ WE Pilates by WE Society มาตรฐานของผู้สอนคือหัวใจสำคัญของแบรนด์ เราให้ความสำคัญกับการสร้างทีมที่มีความรู้ มีใบรับรอง และมีระบบพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะพิลาทิสไม่ใช่เพียงการทำท่าตาม แต่คือการเข้าใจร่างกาย การจัดแนวการเคลื่อนไหว และการดูแลผู้ฝึกอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล
โดยการเปิดตัว WE Pilates ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ WE Society ในการขยายบริการสู่ตลาดเวลเนส ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสะท้อนการปรับบทบาทจากผู้ให้บริการฟิตเนส สู่ผู้สร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพ ที่ครอบคลุมทุกมิติ ที่เชื่อมโยงการออกกำลังกาย การดูแลตนเอง การฟื้นฟูร่างกาย และไลฟ์สไตล์ของสมาชิกเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ระบบนิเวศของ WE Society
สำหรับผู้ที่สนใจ WE Society จัดแพ็คเกจพิเศษฉลองการเปิดตัว WE Pilates by WE Society ในราคาเพียง 1,790 บาท สำหรับ 2 Sessions สัมผัสประสบการณ์การเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่ เปิดให้สมัครตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ณ WE Pilates by WE Society ชั้น 4 อเวนิว เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @WEPILATES.SYUDIO