"RAVIPA" ความเชื่อที่ผสานกับดีไซน์ "ธนิสา วีระศักดิ์ศรี" คว้าทุกโอกาสเพื่อความสำเร็จ

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"RAVIPA" ความเชื่อที่ผสานกับดีไซน์ "ธนิสา วีระศักดิ์ศรี" คว้าทุกโอกาสเพื่อความสำเร็จ

Date Time: 11 ก.ค. 2569 05:00 น.

Summary

เปิดเส้นทางความสำเร็จ RAVIPA แบรนด์เครื่องประดับมินิมอลสายมูที่คนดังระดับโลกเลือกใส่ จากจุดเริ่มต้นด้วยทุนเพียง 1 หมื่นบาท สู่ธุรกิจหลายร้อยล้าน พร้อมบุกตลาดอินเตอร์

Latest

รอบรั้วการตลาด : BWG ผนึกกำลัง กนอ. ลงนาม MOU ขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์โมเดล Close Loop

RAVIPA แบรนด์เครื่องประดับไทย ที่คนดังอย่างลิซ่า แบล็กพิงค์, เมย์ รัชนก ตลอดจนนักกีฬาทีมชาติ มหาเศรษฐีหลายคน เลือกสวมใส่ เพื่อเสริมสิริมงคล สร้างขวัญและกำลังใจ ก่อตั้งขึ้นโดย 2 พี่น้องตระกูลวีระศักดิ์ศรี มีพี่สาว ระวิภา วีระศักดิ์ศรี เป็นดีไซเนอร์ และ ธนิสา วีระศักดิ์ศรี ผู้น้องดำรงตำแหน่งผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ระวิภา จิวเวลรี่ จำกัด (RAVIPA)

ชื่อแบรนด์ RAVIPA เริ่มต้นขึ้นจากเพจเฟซบุ๊กของคุณภา-ระวิภา ที่เปิดไว้ถ่ายทอดงานดีไซน์เครื่องประดับของเธอระหว่างเรียน Jewelry Making ที่ Revere Academy of Jewelry Arts ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เป็นการทำตามความฝันหลังเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จวบจนดีไซน์แหวนขนนก ทำจากทองคำแท้ใช้เทคนิคตะไบ มือเป็นรูปขนนก ชนะรางวัลออกแบบยอดเยี่ยม คุณภาถูกแบรนด์ จิวเวลรีระดับโลกแห่จีบให้ไปร่วมงาน จนน้องสาวคุณสา-ธนิสา ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 20 ปี กำลังศึกษา BBA จุฬาฯ ต้อง รีบชวนให้กลับบ้านมาทำแบรนด์จิวเวลรีร่วมกัน

“พี่สาวชนะรางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยม แบรนด์ระดับโลกอยากได้ตัวเขา ทำไมเราไม่ใช้โอกาสนี้ สร้างธุรกิจเสียเอง ไอเดียเริ่มจากตรงนี้ ใช้เฟซบุ๊กที่มีอยู่แล้วเป็นช่องทางเปิดร้านป๊อปอัปครั้งแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ธุรกิจเมื่อปี 2555 ที่ K Village ใช้เงินลงทุน 1 หมื่นบาท ทำเครื่อง ประดับตัวโชว์แหวน Infinity ซึ่ง เป็นแหวนคู่ ช่วงวันวาเลนไทน์พอดี”

เปิดร้าน 2 วันบนพื้นที่เล็กๆเพียง 1.2 เมตร RAVIPA มียอดพรีออเดอร์ โหมกระหน่ำ คู่รักสั่งทำแหวนคู่ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นไอเดียที่แปลกใหม่ จนทำให้ 2 สาวใจฟู “ตอนนั้นสาเพิ่งเรียนอยู่ปี 3 ไม่ได้หวังอะไรยิ่งใหญ่ แค่มีความสุขที่คนเห็นคุณค่างานออกแบบของเรา”

7 ปีแรกผ่านไป RAVIPA เติบโตอย่างช้าๆ กำไรแทบไม่มี ไม่ล้ม แต่ไม่โต “ธุรกิจช่วงนั้นต้องเรียกว่า “คลาน” ทำกันเอง 2 คนพี่น้อง ไม่จ้าง พนักงาน สาไม่ให้เงินเดือนตัวเองด้วยซ้ำ เอาเงินไปลงทุนต่อยอดคอลเลกชันใหม่และขยายสาขาในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก จำไม่ได้ว่าเริ่มให้เงินเดือน ตัวเองตอนไหน สาโชคดีที่กินอยู่กับครอบครัว ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เราให้ความสำคัญกับคุณภาพมาก เพราะไม่อยากเสียชื่อ เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงระดับ Export Quality ตั้งแต่วันแรก เพราะเชื่อว่าความซื่อสัตย์ ต่อลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด มันทำให้โตช้า แต่ก็ทำให้เดินได้อย่างมั่นคง”

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ RAVIPA ก้าวสู่ตลาด แมส มากขึ้น เป็นตอนที่คุณสาปิ๊ง ไอเดียจากปัญหาของตัวเอง ในฐานะคนไทยเชื้อสายจีนที่ไหว้เจ้ามาตั้งแต่ เด็ก อยากใส่เครื่องประดับที่เสริมมงคล แต่ไม่มีชิ้นไหนที่ดูแฟชั่นหรือใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน RAVIPA จึงเปิดตัว “Reminder Collection” สร้อยข้อมือสายมูมินิมอล ซึ่งคอลเลกชันนี้ได้รับรางวัล Design Excellence Award (DEmark) ในปี 2562

จากลูกค้าเป้าหมาย ผู้หญิงหวาน สไตล์มินิมอล มีคู่ ซึ่งเป็นตลาดขนาดจำกัด สู่การเป็นเครื่องประดับสายมูเสริมสิริมงคล ที่แฟนคลับซื้อให้ลิซ่า แบล็กพิงค์ รวมถึงนักกีฬาและมหาเศรษฐีที่สวมใส่จนกลายเป็นไวรัล หลังจากนั้นไม่นาน พอไวรัสโควิดระบาด ทุกคนต้องการที่พึ่ง และเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ RAVIPA จึงยิ่งดังระเบิด

แรงขับเคลื่อนที่เริ่มจาก “คลาน” มาเป็น “เดิน” จนตอนนี้ ธุรกิจขยาย ด้วยความเร็วระดับเครื่องบินเจ็ตกับ 40 สาขา ในไทยและ 4 สาขา ในฮ่องกง โซล และโตเกียว กลยุทธ์สำคัญคือการทำ Global Collaboration ร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Disney, Care Bears, Casetify รวมถึงคาแรกเตอร์ที่กำลังฮิตอย่าง Butter Bear และ Labubu การมีพาร์ตเนอร์ระดับโลก ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้เข้าถึงฐานลูกค้าที่เป็นอินเตอร์เนชันแนลมากขึ้น

ย้อนหลังไป 3 ปี RAVIPA ทำรายได้ทะลุ 200 ล้านบาท เป็นครั้งแรก ในปี 2566 กำไร 36 ล้านบาท ต่อมาในปี 2567 ทำรายได้ สูงสุดที่ 320 ล้านบาท กำไร 58 ล้านบาท และปีล่าสุด 2568 มีรายได้ 296 ล้านบาท กำไร 24 ล้านบาท

จากที่เริ่มต้นทุกอย่างด้วยตัวเอง ลงมือทำทุกขั้นตอน ปัจจุบันคุณสาเป็นผู้นำองค์กรไซส์พนักงาน 200 คน แต่ไม่ว่าแบรนด์จะใหญ่ขึ้นแค่ไหน เธอยังเน้นเรื่องการรักษามาตรฐานและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ส่งมอบงานดีไซน์ที่ดีที่สุด เป็นตัวแทนแห่งความสุขและความโชคดี

“เราจะไม่มีทางปั๊มงานขายส่งๆ เพียงเพราะต้องการกำไร แต่เรายังมีแผนเติบโตในอัตราเครื่องบินเจ็ตต่อ ในอนาคตอันใกล้ มีแผนแตกไลน์สินค้าเพิ่มเติม จากที่ทำเครื่องประดับสำหรับเจ้าสาว เข้าสู่ตลาดสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงการบุกตลาดโลกที่นอกเหนือจากตลาดเอเชียในปัจจุบัน”

คุณสามองว่าความสำเร็จในทุกวันนี้ของเธอ มาจากการโอบรับทุก โอกาสในชีวิต แรกเริ่มเธอเห็นโอกาสจากความสามารถของพี่สาว ต่อมา เป็นโอกาสจากลูกค้าที่รักและชอบในดีไซน์ไล่มาจนถึงโอกาสจากพาร์ตเนอร์ ที่อยากทำงานร่วมกัน นำไปสู่การเติบโตใหม่ๆ ใช้ความกล้าคว้าโอกาสเมื่อสปอตไลต์ส่องมาถึง.

มาดามเจด้า

คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ