
นายกวิน กิตติบุญญา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด เปิดเผยว่า งานทั้งสองจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยเป็นการรวบรวมผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อจากทั้งในและต่างประเทศมาไว้ในงานเดียว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ตลอดจนต่อยอดการจับคู่ธุรกิจ
“ปีนี้เรารวมธุรกิจ HoReCa และ Beverage มาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ถือเป็นงานเฉพาะทางที่ครบวงจรที่สุดของไทย ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาศึกษาเทรนด์ เลือกสินค้า และเจรจาธุรกิจได้ในที่เดียว” นายกวินกล่าว
สำหรับ TRAFS 2026 จัดภายใต้แนวคิด Unlock Global Opportunities for ASEAN Food and Hospitality Markets ครอบคลุมสินค้าและบริการกว่า 7 กลุ่ม ทั้งอาหารและวัตถุดิบ เครื่องดื่ม ชา กาแฟ อุปกรณ์ครัวและเบเกอรี่ ของใช้ในโรงแรม บรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีสำหรับธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงระบบโลจิสติกส์และโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ PUB BAR ASIA 2026 จะเน้นธุรกิจเครื่องดื่มและสถานบันเทิง ภายใต้แนวคิด Gastronomic Mixology: Reinventing Classic Drinks with Culinary Creativity รวบรวมผู้ผลิตสุรา ไวน์ เบียร์ คราฟต์เบียร์ สาเก และเครื่องดื่มจากหลายประเทศ พร้อมอุปกรณ์สำหรับผับ บาร์ และร้านอาหาร รวมถึงเทคโนโลยีบริหารจัดการธุรกิจ
อีกหนึ่งจุดเด่นของงานปีนี้ คือการมี Country Pavilion จากหลายประเทศ โดยญี่ปุ่นนำผู้ผลิตสาเกกว่า 15 รายเข้าร่วมต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมเปิดให้ชิมและเจรจาธุรกิจ ขณะที่จีนส่งผู้ผลิตคราฟต์เบียร์เกือบ 10 บริษัทเข้ามาเปิดตลาดในไทย ส่วนเกาหลีใต้และอินเดียนำวัตถุดิบอาหาร นวัตกรรม และอุปกรณ์โรงแรมมานำเสนอแก่ผู้ประกอบการไทย
นอกจากการแสดงสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมสัมมนา เวิร์กชอป และการสาธิตการทำอาหารโดยสมาพันธ์เชฟประเทศไทย สมาคมเบเกอรี่ และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ตลอดจนการเสวนาด้านการบริหารธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และทรัพยากรบุคคล เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดธุรกิจได้จริง
นายกวินกล่าวว่า แม้เศรษฐกิจยังมีความท้าทาย แต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเดินหน้าปรับตัว การเข้าถึงเทคโนโลยี สินค้า และพันธมิตรใหม่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน งานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดต่างประเทศ
จากสถิติการจัดงานในปีก่อน มีผู้เข้าชมกว่า 15,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่มีเป้าหมายเจรจาธุรกิจโดยตรง ทั้งกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก และแฟรนไชส์ ซึ่งช่วยให้เกิดความร่วมมือทางการค้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การจัดงานได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและสมาคมในอุตสาหกรรมเกือบ 20 แห่ง โดยผู้จัดคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานในปีนี้มากกว่า 16,000 คน จากกว่า 30 ประเทศ และสร้างมูลค่าการเจรจาธุรกิจรวมไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท