
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยงานวิจัยไทย กรมการแพทย์แผนไทยฯ–ศิลปากร คว้าถ้วยพระราชทานในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 สะท้อนศักยภาพงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์จริง
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 หรือ Thailand Research Expo 2026 ครั้งนี้สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมีการมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีความโดดเด่นด้านการจัดแสดงและนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรม
อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเผยแพร่องค์ความรู้ พร้อมยกระดับมาตรฐานการสื่อสารผลงานวิจัยสู่สาธารณชนและการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยปีนี้มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศร่วมจัดแสดงมากกว่า 1,000 ผลงาน ครอบคลุมหลากหลายสาขา และได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างมาก
ในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2569 ได้มีการประกาศผลและมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีความโดดเด่น โดยสถาบันที่พิชิตรางวัล Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จากผลงาน การยกระดับห่วงโซ่คุณค่ากระท่อมไทยตามมาตรฐาน Thailand Kratom GACP เพื่อรองรับระบบบริการบำบัดยาเสพติดอย่างครบวงจร และ นวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพรเศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทย เพื่อบำบัดผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราในระบบบริการสาธารณสุข
และ มหาวิทยาลัยศิลปากร จากผลงาน นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา
ส่วนรางวัล Gold Award จำนวน 4 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ได้แก่
1. ผลงานการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมยางพาราไทยด้วยโมเดล BCG: นวัตกรรมสารจุ่มเต้านมโคฐานชีวภาพ และการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์จากน้ำยางพารา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
3. ผลงานการจัดการพื้นที่วัฒนธรรมเพื่อยกระดับตลาดวัฒนธรรมชุมชน บ้านไม้ริมคลองเจดีย์บูชา (หน้าวัดพระงาม) จังหวัดนครปฐม จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
4. ผลงานการยกระดับและขยายผลเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในพื้นพื้นที่ภาคใต้ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
5. ผลงานดาวเทียมคิวบ์แซท (KNACKSAT)จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
สำหรับ Silver Award จำนวน 6 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แก่
1. ผลงานย่านยาวโมเดล: นวัตกรรมสังคมยกระดับขมิ้นชันภาคใต้สร้างมูลค่าเพิ่มสู่เศรษฐกิจฐานราก BCG จาก มหาวิทยาลัยทักษิณ
2. ผลงานไหมมัดหมี่ : ศาสตร์แห่งศิลป์จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
3. ผลงานการเพิ่มประสิทธิภาพอิฐมอญด้วยสารเติมแต่งแบเรียมซัลเฟตและไทเทเนียมไดออกไซต์สำหรับกำแพงป้องกันรังสีงสีเอกซ์ จาก สถาบันพระบรมราชชนก
4. ผลงานวังส้มซ่าโมเดล: การเปลี่ยนผ่านวิสาหกิจชุมชนด้วยนวัตกรรมฐานชีวภาพระดับสูง ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
5. ผลงานลูมอส: ชุดตรวจวัดสารกำจัดศัตรูพืชปนเปื้อนแบบพกพาเพื่ออาหารปลอดภัยจาก สถาบันวิทยสิริเมธี
6. ผลงานระบบความเค็มอัจฉริยะทะเลสาบสงขลา จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
นอกจากนี้ยังมีรางวัลประเภท Bronze Award จำนวน 8 รางวัล มีสถาบันที่ได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรมการข้าว กรมอนามัย สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา และสภากาชาดไทย รางวัลประเภทถ้วยรางวัลจากผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
มีสถาบันที่ได้รับถ้วยรางวัลจำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สถาบันวิจัยแสงชินโครตรอน (องค์การมหาชน) และ รางวัลชมเชย มีสถาบันได้รับใบรางวัลและเกียรติบัตรจำนวน 18 หน่วยงาน
ผลงานวิจัยดังกล่าวสามารถพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจา อัตลักษณ์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดสากล อันสะท้อนบทบาทของงานวิจัยไทยในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ผลการตัดสินรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ตอกย้ำบทบาทของ มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ในฐานะเวทีสำคัญของประเทศที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
กลไกยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก: แคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ คือแผนที่ฉบับใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อพาผู้ประกอบการไทยก้าวสู่จุดหมายได้อย่างชัดเจนและมั่นคง
นับตั้งแต่ปี 2567 แคมเปญนี้ได้ทำหน้าที่เป็นพลังขับเคลื่อนและจุดประกายศักยภาพผู้ประกอบการไทย ให้ก้าวออกสู่เวทีการค้าโลกอย่างภาคภูมิ พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในตลาดต่างประเทศ และในปี 2569 กรมฯ เตรียมยกระดับการขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้การส่งออกไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไปวางจำหน่าย หากแต่เป็นการสร้างคุณค่าให้แบรนด์ไทยได้เฉิดฉายบนเวทีโลก เติบโตอย่างมั่นคง ได้อย่างสง่างามในระยะยาวแบบยั่งยืน
ทั้งนี้ DITP วางแคมเปญนี้ให้เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก โดยเริ่มจากการปรับภาพลักษณ์ให้มีความร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด Thai to Global — From Local Value to Global Vision ซึ่งเป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อสะท้อนความเป็นไทยในมุมมองใหม่ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทของโลกปัจจุบัน
แคมเปญดังกล่าวไม่เพียงมุ่งยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยเท่านั้น แต่ยังต่อยอดสู่การพัฒนา Next Level ด้วยการส่งเสริมสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม คุณภาพ และมาตรฐาน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด โดยสอดรับกับกระแส Megatrends สำคัญของโลก ได้แก่ Sustainability การพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Wellness ผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ Aging Consumers สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยแนวทางดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนให้สินค้าไทยเติบโตในเวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืน
การบ่มเพาะความพร้อมผู้ประกอบการ ทำให้แบรนด์และสินค้าไทยพร้อมลงแข่งในสนามการค้าโลกได้ ด้วยหลักสูตรการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์กับผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการส่งออก ผ่านสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกลไกที่สำคัญคือการปิดการขายในตลาดต่างประเทศ ในปี 2569 DITP ประกาศแผนเดินหน้ากว่า 680 กิจกรรม ครอบคลุมงานแสดงสินค้า จับคู่ธุรกิจ และคณะผู้แทนการค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทยการวางแผนสื่อสารสินค้าและบริการไทยให้ชัดขึ้น
สำหรับ THINK THAILAND : NEXT LEVEL วางแผนการสื่อสารสินค้าและบริการไทยให้ชัดขึ้น ผ่านกลุ่มสินค้า 3 กลุ่ม ได้แก่ ได้แก่ Food & Fruit (อาหารและผลไม้ไทย) การส่งออกผลไม้และอาหารไทย โดยเน้นคุณภาพมาตรฐานสากล, Fashion (แฟชั่น) รวมงานศิลป์ งานออกแบบ และแฟชั่นที่ผสานอัตลักษณ์ไทยกับดีไซน์ร่วมสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างเอกลักษณ์แบรนด์ และ Wellness (สุขภาพ) สินค้าและบริการเพื่อการใช้ชีวิตประจำวัน สุขภาพ และความงาม ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ในตลาดโลกด้วยเช่นกัน