สยามพิวรรธน์ ชี้โลกสะดุด แต่เศรษฐีไม่หยุดจ่าย ปั้น “ลักชูรี่” โลกเข้าไทย

Business

Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สยามพิวรรธน์ ชี้โลกสะดุด แต่เศรษฐีไม่หยุดจ่าย ปั้น “ลักชูรี่” โลกเข้าไทย

Date Time: 1 มิ.ย. 2569 06:53 น.

Summary

  • สยามพิวรรธน์ คาดยอดใช้จ่ายลูกค้าลักชูรีโต 10% ปีนี้
  • กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงยังแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจผันผวน
  • เผยลูกค้า Ultra High-Net-Worth ใช้จ่ายสูงกว่าปกติ 35 เท่า
  • สมาชิกระดับบน 4,000 คน สร้างยอดใช้จ่าย 10-20%
  • ลูกค้าลักชูรีให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่เงินซื้อไม่ได้
  • เดินหน้าสร้าง Borderless Luxury Ecosystem ครบวงจร
  • จับมือ 4 พันธมิตรโลกยกระดับบริการระดับ VIP ขยายกลุ่มลูกค้า
  • ตั้งเป้าดันไทย สู่ศูนย์กลางลักชูรีจับลูกค้ากระเป๋าหนักของเอเชีย

Latest

ทรู ปลุก AF ดันบันเทิง มัลติแพลตฟอร์มเชื่อมทุกจอ ต่อยอดแฟนด้อมดึงผู้ชมทั้งวัน

นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Customer Centricity & Relationship บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่กลุ่มลูกค้าระดับบนกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงยังคงมีกำลังซื้อแข็งแกร่ง และคาดว่ายอดใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มนี้จะเติบโตอีกราว 10% ในปีนี้


ปัจจุบันสยามพิวรรธน์มีฐานลูกค้ากลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง (High-Net-Worth Individuals: HNWIs) และกลุ่ม Ultra High-Net-Worth ที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่งในภูมิภาค โดยลูกค้ากลุ่ม Active คิดเป็นประมาณ 60% ของฐานสมาชิกทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นคนไทย


ขณะที่กลุ่ม Ultra High-Net-Worth มีสัดส่วนราว 20% ของฐานลูกค้า แต่เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อธุรกิจอย่างมาก โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยตั้งแต่ 10 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป และมีพฤติกรรมการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าทั่วไปถึง 35 เท่า แม้มีสมาชิกหลักเพียงประมาณ 4,000 คน แต่สามารถสร้างยอดใช้จ่ายคิดเป็น 10-20% ของยอดใช้จ่ายรวมในระบบ


“กลุ่มลูกค้าระดับบนยังคงมีความแข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก ขณะที่ยอดใช้จ่ายยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าการใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มนี้จะเติบโตอีกประมาณ 10%”


อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของลูกค้าลักชูรีในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากอดีต โดยไม่ได้มองหาเพียงส่วนลดหรือคะแนนสะสม แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์เฉพาะบุคคล การเข้าถึงบริการระดับเอ็กซ์คลูซีฟ และสิทธิประโยชน์ที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว


ด้านนายระวี คุณวิภูศีลกุล Director, Customer Centricity & Relationship สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวทำให้สยามพิวรรธน์ขยับบทบาทจากการเป็นผู้พัฒนาโครงการค้าปลีกและศูนย์การค้า สู่การสร้าง “Borderless Luxury Ecosystem” หรือระบบนิเวศลักชูรีไร้พรมแดน ที่เชื่อมโยงทุกมิติของการใช้ชีวิต ตั้งแต่การเดินทาง การท่องเที่ยว การพักผ่อน การช้อปปิ้ง ไปจนถึงบริการไลฟ์สไตล์ระดับโลก ภายใต้แนวคิด Hyper-Personalization ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบรายบุคคล


เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Global Luxury Destination และสร้างระบบนิเวศที่สามารถดึงดูดกลุ่ม Ultra High-Net-Worth จากทั่วโลกให้เข้ามาใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น

เพื่อเดินหน้ากลยุทธ์ดังกล่าว สยามพิวรรธน์ได้ประกาศความร่วมมือกับ 4 พันธมิตรระดับโลก ได้แก่ BELMOND ในเครือ LVMH, Galeries Lafayette ห้างสรรพสินค้าชั้นนำจากฝรั่งเศส, INSIGNIA ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม และ MJETS ผู้ให้บริการเครื่องบินส่วนตัวครบวงจร ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเชื่อมต่อประสบการณ์ลักชูรีแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว การเข้าพักในโรงแรมและรีสอร์ทระดับอัลตร้าลักชูรี การเข้าถึงร้านอาหารและกิจกรรมระดับเวิลด์คลาส ไปจนถึงประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบ VIP ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ


ตัวอย่างเช่น สมาชิก ONESIAM ที่เดินทางไปยัง Galeries Lafayette กรุงปารีส จะได้รับการดูแลในระดับเดียวกับลูกค้า VIP ของห้าง ทั้งบริการ Personal Shopper, Private Shopping Lounge และบริการคืนภาษีแบบเร่งด่วน ขณะที่ลูกค้าของ Galeries Lafayette ที่เดินทางมาไทยก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับเดียวกันที่สยามพารากอนและไอคอนสยาม


ด้าน MJETS จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่บริการรถรับส่ง การใช้ Private Terminal ไปจนถึงการเชื่อมต่อสู่ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์ ขณะที่ BELMOND และ INSIGNIA จะช่วยยกระดับประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว โรงแรม และบริการดูแลลูกค้าเฉพาะบุคคลในระดับโลก


ปัจจุบันสยามพิวรรธน์มีเครือข่าย Global Privilege Partnership รวม 8 พันธมิตรในประเทศสำคัญทั่วเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน ครอบคลุมทั้งธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์


นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการขยายความร่วมมือไปยังธุรกิจ Wellness และ Property เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศลักชูรีให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และสร้างความผูกพันระยะยาวกับลูกค้าผ่านประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย


ปัจจุบันสยามพิวรรธน์เป็นผู้พัฒนาและบริหารโครงการค้าปลีกระดับแฟลกชิปของประเทศ ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม และสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ โดยหลายแบรนด์ลักชูรีภายในโครงการสามารถทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย และบางแบรนด์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค สะท้อนบทบาทของประเทศไทยที่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางตลาดลักชูรีที่สำคัญของเอเชีย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ