
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า เดือน เม.ย.64 การส่งออกมีมูลค่า 21,429.27 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13.09% เทียบกับเดือน เม.ย.63 และขยายตัวสูงสุดในรอบ 36 เดือน นับจากเดือน เม.ย.61 หรือในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ ถ้าหักมูลค่าส่งออกสินค้าน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ซึ่งมีความผันผวนด้านราคาออก จะขยายตัวถึง 25.70% คิดเป็นเงินบาท 656,593 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.93% การนำเข้ามีมูลค่า 21,246.79 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 29.79% คิดเป็นเงินบาท 660,063.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.87% เกินดุลการค้า 182.48 ล้านเหรียญฯ แต่คิดเป็นเงินบาทขาดดุล 3,470.51 ล้านบาท
ส่วนในช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ปี 64 การส่งออกมีมูลค่า 85,577.30 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 4.78% ขยายตัวเกินกว่าเป้าหมายทั้งปี 64 ที่คาดขยายตัว 4% แล้ว หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออก จะมีมูลค่า 84,879.16 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้นสูงถึง 11.58% ทั้งนี้ การขยายตัวของการส่งออกมาจากการพื้นตัวของภาคการผลิตและการส่งออกของโลก หลังกำลังซื้อของผู้บริโภคและความต้องการนำเข้าสินค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลก ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจากการกระจายวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกดีขึ้นเป็นลำดับ จากความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ส่วนเป้าหมายการขยายตัวในปีนี้ที่ 4% ยังไม่จำเป็นต้องปรับเป้า แต่มอบนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับมือกับภาคเอกชน ทำตัวเลขให้เกินเป้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถือเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจขณะนี้ จะเรียกว่าเป็นพระเอกก็ได้ และจะมีผลในการทำให้จีดีพีปี 64 เป็นบวก.